Tuesday, July 5, 2022

วัตตขันธกะ : เสนาสนวัตร

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง วัตตขันธกะ : เสนาสนวัตร
 



เสนาสนวัตร


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 430 )  


       550. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติเสนาสนวัตรแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุทั้งหลายพึงประพฤติเรียบร้อยใน เสนาสนะ /////  



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 431 )  


       ภิกษุอยู่ใน วิหาร /////  ใด ถ้าวิหารนั้นรก ถ้าอุตสาหะอยู่พึงชำระ 

       เมื่อจะชำระวิหาร พึงขนบาตร จีวร ออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่งก่อน

       พึงขนผ้าปูนั่ง ผ้าปูนอน ออกวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง  

       พึงขนฟูก หมอน ออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง 

       เตียงพึงยกต่ำๆ ขนออกไปให้ดีอย่าให้ครูดสี กระทบกระแทกบานและกรอบประตู แล้วตั้งไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง  

       ตั่ง /////  พึงยกต่ำๆ ขนออกไปให้ดี อย่าให้ครูดสีกระทบกระแทกบานและกรอบประตู แล้วตั้งไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง  

       เขียงรองเท้าเตียงพึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง 

       กระโถนพึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง  

       พนักอิงพึงขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง 

       เครื่องลาดพื้น พึงกำหนดที่ปูไว้เดิม แล้วขนออกไปวางไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง 


       ถ้าในวิหารมีหยากไย่ พึงกวาดแต่เพดานลงมาก่อน 

       พึงเช็ดกรอบหน้าต่าง ประตูและมุมห้อง  

       ถ้าฝาทาน้ำมันขึ้นราพึงเอาผ้าชุบน้ำบิดแล้วเช็ด  

       ถ้าพื้นทาสีดำขึ้นราพึงเอาผ้าชุบน้ำบิดแล้วเช็ด  

       ถ้าพื้นไม่ได้ทำ พึงเอาน้ำพรมแล้วกวาด ด้วยคิดว่า อย่าให้ฝุ่นกลบวิหาร 

       พึงกวาดหยากเยื่อไปทิ้งเสีย ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง 

       ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่ใกล้ภิกษุ 

       ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่ใกล้วิหาร 

       ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่ใกล้น้ำฉัน 

       ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่ใกล้น้ำใช้  

       ไม่พึงเคาะเสนาสนะบนที่สูงเหนือลม  

       พึงเคาะเสนาสนะในที่ใต้ลม 

       เครื่องลาดพื้นพึงผึ่งแดดในที่ควรแห่งหนึ่ง ชำระ เคาะ ปัด แล้วขนกลับไปปูไว้ตามเดิม 

       เขียงรองเท้า เตียง พึงผึ่งแดดไว้ในที่ควรแห่งหนึ่ง เช็ดแล้วขนกลับตั้งไว้ตามเดิม  

       เตียง ตั่ง พึงผึ่งแดดไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง ขัดสี เคาะ ยกต่ำ ทำให้ดีอย่าให้ครูดสีกระทบบานและกรอบประตู ขนกลับตั้งไว้ตามเดิม 

       ฟูกและหมอนพึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เคาะ ปัดให้สะอาดแล้วขนกลับตั้งไว้ตามเดิม  

       ผ้าปูนั่งและผ้าปูนอนพึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง สลัดให้สะอาดแล้วขนไปปูไว้ตามเดิม  

       กระโถน พนักอิง พึงตากไว้ที่ควรแห่งหนึ่ง เช็ดแล้วขนไปตั้งไว้ตามเดิม 

       พึงเก็บบาตร จีวร  

       เมื่อเก็บบาตร พึงเอามือข้างหนึ่งจับบาตร เอามือข้างหนึ่งลูบคลำใต้เตียงหรือใต้ตั่งแล้วเก็บบาตร แต่อย่าเก็บบาตรบนพื้นที่ปราศจากเครื่องรอง  

       เมื่อจะเก็บจีวร พึงเอามือข้างหนึ่งถือจีวร เอามือข้างหนึ่งลูบราวจีวรหรือ สายระเดียง /////  พึงทำชายไว้ข้างนอกขนดไว้ข้างในเก็บจีวร 


       ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางทิศตะวันออก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันออก  

       ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางทิศ ตะวันตก พึงปิดหน้าต่างด้านตะวันตก  

       ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางทิศเหนือ พึงปิดหน้าต่างด้านเหนือ  

       ถ้ามีลมเจือด้วยผงคลีพัดมาทางทิศใต้ พึงปิดหน้าต่างด้านใต้ 


       ถ้าฤดูหนาว กลางวันพึงเปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงปิด  

       ถ้าฤดูร้อน กลางวันพึงปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงเปิด 


       ถ้าบริเวณซุ้มน้ำ โรงฉัน โรงไฟ วัจจกุฎี /////  รก พึงปัดกวาดเสีย  

       ถ้าน้ำฉัน น้ำใช้ไม่มี พึงจัดตั้งไว้  

       ถ้าน้ำในหม้อชำระไม่มีพึงตักน้ำมาไว้ในหม้อชำระ 


       ถ้าอยู่ในวิหารหลังเดียวกับภิกษุผู้แก่กว่ายังไม่ อาปุจฉา /////  ภิกษุผู้แก่กว่าไม่พึงให้ อุเทศ /////  ไม่พึงให้ ปริปุจฉา /////  ไม่พึงทำการสาธยาย ไม่พึงแสดงธรรม ไม่พึงตามประทีป ไม่พึงดับประทีป ไม่พึงเปิดหน้าต่าง ไม่พึงปิดหน้าต่าง 


       ถ้าเดินจงกรมในที่จงกรมเดียวกับภิกษุผู้แก่กว่า พึงเดินคล้อยตามภิกษุผู้แก่กว่า และไม่พึงกระทบกระทั่งภิกษุผู้แก่กว่าด้วยชายผ้า สังฆาฏิ /////   


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นเสนาสนวัตรของภิกษุทั้งหลาย ซึ่งภิกษุทั้งหลายพึงประพฤติเรียบร้อยในเสนาสนะ 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 4 : วัตตขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : วัตตขันธกะ : เสนาสนวัตร 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 916 , 917 



- จบ -

ปริปุจฉา

 

ปริปุจฉา


       ปริปุจฉา หมายถึง ปรึกษาสอบถามปัญหากับสมณพราหมณ์ ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ผู้ไม่ประมาทมัวเมา อยู่เสมอตามกาลอันควร เพื่อให้รู้ชัดการอันดีชั่ว ควรประกอบหรือไม่ เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขหรือไม่ แล้วประพฤติปฏิบัติให้เป็นไปโดยถูกต้อง ข้อนี้ปัจจุบันสงเคราะห์นักปราชญ์นักวิชาการผู้ทรงคุณธรรมเข้าด้วย  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

ความหมายของคำว่า “ปริปุจฺฉา”  


       ในกลุ่มคำที่มาคู่กันเสมอๆ จะพบศัพท์ชุดนี้ คือ อุทเทส และ ปริปุจฉา โดยทั่วไปคำว่า อุทเทส จะหมายถึง ตัวพระบาฬีเอง การเรียน การสอน พระบาฬีนั้นบ้าง

       ส่วน ปริปุจฉา จะหมายถึง อรรถกถา ซึ่งได้แก่ อรรถถาธิบายพระบาฬีนั้น บ้าง การเรียนเอาซึ่งอรรถาธิบายนั้น บ้าง โดยมีรากศัพท์มาจากว่า “สอบถาม” 

       เมื่อสืบค้นในคัมภีร์ต่างๆแล้ว กลับพบว่า คำว่า ปริปุจฉา ยังมีสาระที่นอกเหนือจากที่รู้กันว่า ได้แก่ อรรถกถา ซึ่งแตกต่างกันไปตามควรแก่อาคตสถานอันเป็นบริบทที่พบ 

       เนื่องจาก ปริปุจฉา เป็นคำที่เกี่ยวเนื่องกับการถามเป็นมูลเหตุ จึงควรทราบคำจำกัดความเสียก่อน ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 นัย คือ โดยทั่วไป ซึ่งครอบคลุมความหมายทั้งหมด และ โดยเฉพาะบริบท 

       1 ) คำจำกัดความโดยทั่วไป 

       ศัพท์ว่า ปริปุจฺฉา ในที่นี้ หมายถึง การไต่ถาม ซึ่งอรรถแห่งพระบาฬีทุกแง่ทุกมุม เช่น บาฬีนี้คืออะไร และความหมายของบาฬีนี้คืออะไร และ อรรถาธิบาย กล่าวคือ อรรถกถา อัตถวัณณนา ของพระบาฬี อรรถาธิบาย 

       ( ก ) การไต่ถามโดยรอบ

       ปริ = ปุนปฺปุนํ หรือ สมนฺต + ปุจฺฉา มีวิเคราะห์เป็นฉัฏฐีกัมมตัปปุริสสมาส ว่า 

       ปุนปฺปุนํ , สมนฺตโต วา ปาฬิยา อตฺถสฺส ปุจฺฉนํ = ปริปุจฺฉา ( ปาจิตฺ.โย. ) การถาม ซึ่งอรรถแห่งพระบาฬีโดยรอบ  กรณีนี้ เป็นการไต่ถามโดยตรง 


       ( ข ) อรรถาธิบายของพระบาฬี 

       ปริ = ปรา, ปรโต ภายหลัง + ปุจฺฉา มีวิเคราะห์เป็นอัพยยีภาวสมาส ว่า 

       ปุจฺฉาย ปรโต ปวตฺตา กถา = ปริปุจฺฉา 

       กถาอันเป็นไปภายหลังจากการไต่ถาม ชื่อว่า ปริปุจฺฉา.( ปฏิสัมภิทาวิภังคมูลฏี 718 ) 

       ปริปุจฺฉาเหตุ ปวตฺตา กถา ปริปุจฺฉาติ วุตฺตาติ อาห ‘‘ปุจฺฉาย…เป.… ปริปุจฺฉาติ วุตฺตา’’ติฯ 

       ปริปุจฺฉา หมายถึง กถาที่เป็นไปเพราะเหตุแห่งปริปุจฉา ( ปฏิสัมภิทาวิภังคอนุฏี 718 ) 

       ปรา ปุจฺฉาย ปรโต ปวตฺตา ปริปุจฺฉา อฏฺฐกถา  

       กถาอันเป็นไปภายหลังการไต่ถาม ชื่อว่า ปริปุจฉา ( สมนฺต.โยชนา. 2/48/38 ) 

       วิเคราะห์นี้ ได้แก่ อรรถกถา ซึ่งเป็นคำสรุปใจความได้หลังจากที่ไต่ถามคำอรรถาธิบายของบาฬีแล้ว ใคร่ครวญสอบสวน กระทั่งได้ข้อสรุปเป็นข้อวินิจฉัยนั่นเอง    



- จบ -

อุเทศ

 

อุเทศ 


       อุเทศ - การแสดง , การชี้แจง , คำอธิบาย , การอธิบาย , การอ้างอิง เช่น หนังสืออุเทศ   


- จบ -

อาปุจฉา

 

อาปุจฉา


       อาปุจฉา บอกกล่าว , ถามเชิงขออนุญาต เป็นการแสดงความเอื้อเฟื้อ , แจ้งให้ทราบ เช่น ภิกษุผู้อ่อนพรรษาจะแสดงธรรม ต้องอาปุจฉาภิกษุผู้มีพรรษามากกว่าก่อน    


- จบ -

Monday, July 4, 2022

วัตตขันธกะ : อารัญญกวัตร

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง วัตตขันธกะ : อารัญญกวัตร
 



อารัญญกวัตร


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 428 )  


       549. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติ วัตร /////  แก่พวกภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร โดยประการที่ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตรพึงประพฤติเรียบร้อย 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 429 )  


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร พึงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ พึงสวมถุงบาตรคล้องบ่า พาดจีวรบนไหล่ สวมรองเท้า เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่าง แล้วออกจาก เสนาสนะ /////  

       กำหนดรู้ว่าจักเข้าบ้านเดี๋ยวนี้ พึงถอดรองเท้าเคาะต่ำๆ แล้วใส่ถุงคล้องบ่า เมื่อปกปิด มณฑล 3 /////  พึง นุ่งให้เป็นปริมณฑล /////  คาด ประคดเอว /////  ห่มผ้าซ้อน 2 ชั้น กลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้วถือเข้าบ้านโดยเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน 

       พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน  

       พึงสำรวมด้วยดีไปในละแวกบ้าน … 

       อย่าเดิน  กระหย่ง ///// ไปในละแวกบ้าน 


       เมื่อเข้าสู่นิเวศน์พึงกำหนดว่า จักเข้าทางนี้ จักออกทางนี้ อย่ารีบร้อนเข้าไป อย่ารีบร้อนออกมา อย่ายืนไกลนัก อย่ายืนใกล้นัก อย่ายืนนานนัก อย่ากลับเร็วนัก

       ยืนอยู่พึงกำหนดว่า เขาประสงค์จะถวาย ภิกษา ///// หรือไม่ประสงค์จะถวาย 

       ถ้าเขาพักการงาน ลุกจากที่นั่ง จับทัพพี จับภาชนะหรือตั้งไว้พึงยืนอยู่ด้วยคิดว่า เขาประสงค์จะถวาย เมื่อเขาถวายภิกษา 

       พึงแหวกผ้าซ้อนด้วยมือซ้าย พึงน้อมบาตรเข้าไปด้วยมือขวา พึงใช้มือทั้งสองประคองบาตรรับภิกษา และไม่พึงมองดูหน้าผู้ถวายภิกษา 

       พึงกำหนดว่าเขาประสงค์จะถวายแกงหรือไม่ประสงค์จะถวาย

       ถ้าเขาจับทัพพี จับภาชนะหรือตั้งไว้ พึงยืนอยู่ด้วยคิดว่าเขาประสงค์จะถวาย 


       เมื่อเขาถวายภิกษาแล้ว พึงคลุมบาตรด้วยผ้าซ้อนแล้วกลับโดยเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน 

       พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน … 

       ไม่พึงเดินกระหย่งไปในละแวกบ้าน  


       ออกจากบ้านแล้ว เข้าถุงบาตรคล้องบ่า พับจีวรวางบนศีรษะ สวมรองเท้าเดินไป 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร พึงตั้งน้ำฉัน พึงตั้งน้ำใช้ พึงติดไฟไว้ พึงเตรียมไม้สีไฟไว้ พึงเตรียมไม้เท้าไว้ พึงเรียนทาง นักษัตร /////  ทั้งสิ้น หรือบางส่วนไว้ พึงเป็นผู้ฉลาดในทิศ 

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นวัตรของภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ซึ่งภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 4 : วัตตขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : วัตตขันธกะ : อารัญญกวัตร 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 914 , 915 


- จบ -

นักษัตร

 

นักษัตร 



       คำว่า นักษัตร ( อ่านว่า นัก-สัด ) หมายถึง ชื่อรอบเวลา กำหนด 12 ปี เป็น 1 รอบ เรียกว่า 12 นักษัตร โดยกำหนดให้สัตว์เป็นเครื่องหมายในปีนั้น ๆ คือ 

       ปีชวด มีหนูเป็นเครื่องหมาย 

       ปีฉลู มีวัวเป็นเครื่องหมาย  

       ปีขาล มีเสือเป็นเครื่องหมาย  

       ปีเถาะ มีกระต่ายเป็นเครื่องหมาย  

       ปีมะโรง มีงูใหญ่เป็นเครื่องหมาย  

       ปีมะเส็ง มีงูเล็กเป็นเครื่องหมาย 

       ปีมะเมีย มีม้าเป็นเครื่องหมาย 

       ปีมะแม มีแพะเป็นเครื่องหมาย 

       ปีวอก มีลิงเป็นเครื่องหมาย 

       ปีระกา มีไก่เป็นเครื่องหมาย  

       ปีจอ มีหมาเป็นเครื่องหมาย 

       ปีกุน มีหมูเป็นเครื่องหมาย 


       การนับปีหรือกำหนดปีโดยมีสัตว์เป็นเครื่องหมายนี้ ส่วนใหญ่จะใช้กันในแถบเอเชีย เช่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น ทิเบต ส่วนทางซีกโลกตะวันตกจะใช้ตัวเลขเป็นเครื่องกำหนด 


       ที่มาที่ไปของการใช้รูปสัตว์เป็นเครื่องหมายในแต่ละปีนั้นไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ใดหรือชาติใดเป็นผู้คิดขึ้น และคิดมาตั้งแต่เมื่อใด แต่ในประเทศไทยนั้น มีหลักฐานว่า ไทยใช้ปีนักษัตรมาแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังข้อความที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ด้านที่ 3 บรรทัดที่ 10 ว่า “เมืองนี้หาย 1214 ศกปีมะโรง” และด้านที่ 4 บรรทัดที่ 3 - 4 ว่า “ชาวอูชาวของมาออก 1207 ศกปีกุน”

       วิธีการคำนวณว่าพุทธศักราชใด ตรงกับปีนักษัตรใดนั้น ให้เอาปีพุทธศักราชตั้ง หารด้วย 12 แล้วเอาเศษมาเทียบดังต่อไปนี้ 

       เศษ 1 ปี ตรงกับปีมะเมีย 

       เศษ 2 ปี ตรงกับปีมะแม 

       เศษ 3 ปี ตรงกับปีวอก 

       เศษ 4 ปี ตรงกับปีระกา 

       เศษ 5 ปี ตรงกับปีจอ 

       เศษ 6 ปี ตรงกับปีกุน 

       เศษ 7 ปี ตรงกับปีชวด 

       เศษ 8 ปี ตรงกับปีฉลู 

       เศษ 9 ปี ตรงกับปีขาล 

       เศษ 10 ปี ตรงกับปีเถาะ 

       เศษ 11 ปี ตรงกับปีมะโรง 

       และถ้าลงตัวไม่เหลือเศษ ก็จะเป็นปีมะเส็ง   


- จบ -

Sunday, July 3, 2022

วัตตขันธกะ : ปิณฑจาริกวัตร

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง วัตตขันธกะ : ปิณฑจาริกวัตร
 



ปิณฑจาริกวัตร 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 426 )  


       548. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติ วัตร ///// แก่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร โดยประการที่ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 427 )  


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร คิดว่า จักเข้าบ้านในบัดนี้ เมื่อปกปิด  มณฑล 3 /////  พึง นุ่งให้เป็นปริมณฑล /////  คาด ประคดเอว /////  ห่มผ้าซ้อน 2 ชั้น กลัดลูกดุม ล้างบาตรแล้วถือเข้าบ้านโดยเรียบร้อยไม่ต้องรีบร้อน

       พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน 

       พึงสำรวมด้วยดีไปในละแวกบ้าน  

       พึงมีตาทอดลงไปในละแวกบ้าน  

       อย่าเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน  

       อย่าหัวเราะลั่นไปในละแวกบ้าน  

       พึงมีเสียงน้อยไปในละแวกบ้าน 

       อย่าโยกกายไปในละแวกบ้าน  

       อย่าไกวแขนไปในละแวกบ้าน 

       อย่าโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน 

       อย่าค่ำกายไปในละแวกบ้าน  

       อย่าคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน  

       อย่าเดิน กระหย่ง ///// ไปในละแวกบ้าน 

       เมื่อเข้า นิเวศน์ /////  พึงกำหนดว่า จักเข้าทางนี้ จักออกทางนี้ 

       อย่ารีบร้อนเข้าไป อย่ารีบร้อนออกเร็วนัก 

       อย่ายืนไกลนัก อย่ายืนใกล้นัก

       อย่ายืนนานนัก อย่ากลับเร็วนัก  

       พึงยืนกำหนดว่า เขาประสงค์จะถวาย ภิกษา ///// หรือไม่ประสงค์จะถวาย 

       ถ้าเขาพักการงานลุกจากที่นั่งจับทัพพีหรือจับภาชนะหรือตั้งไว้ พึงยืนด้วยคิดว่า เขาประสงค์จะถวาย 

       เมื่อเขาถวายภิกษา พึงแหวกผ้าซ้อนด้วยมือซ้าย พึงน้อมบาตรเข้าไปด้วยมือขวา แล้วพึงใช้มือทั้งสองประคองบาตรรับภิกษา และไม่พึงมองดูหน้าผู้ถวายภิกษา 

       พึงกำหนดว่าเขาประสงค์จะถวายแกงหรือไม่ประสงค์จะถวาย 

       ถ้าเขาจับทัพพีจับภาชนะหรือตั้งไว้ พึงยืนอยู่ด้วยคิดว่า เขาประสงค์จะถวาย

       เมื่อเขาถวายภิกษาแล้ว พึงคลุมบาตรด้วยผ้าซ้อน แล้วกลับโดยเรียบร้อย ไม่ต้องรีบร้อน  

       พึงปกปิดกายด้วยดีไปในละแวกบ้าน  

       พึงสำรวมด้วยดีไปในละแวกบ้าน  

       พึงมีตาทอดลงไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงหัวเราะลั่นไปในละแวกบ้าน  

       พึงมีเสียงน้อยไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงโยกกายไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงไกวแขนไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงค้ำกายไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน  

       ไม่พึงเดินกระหย่งไปในละแวกบ้าน 


       ภิกษุใดกลับบิณฑบาตจากบ้านก่อน ภิกษุนั้นพึงปู อาสนะ ///// ไว้ พึงจัดตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า 

       พึงล้างภาชนะรองของฉันตั้งไว้ 

       พึงตั้งน้ำฉันน้ำใช้ไว้ 

       ภิกษุใดกลับบิณฑบาตจากบ้านทีหลัง ถ้าอาหารที่ฉันแล้วยังเหลืออยู่ ถ้าจำนงก็พึงฉัน ถ้าไม่จำนงก็พึงเททิ้งในที่ปราศจากของเขียวสด หรือพึงเทลงในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์  

       ภิกษุนั้นพึงรื้อขนอาสนะ เก็บน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า

       พึงล้างภาชนะรองของฉันเก็บไว้  

       พึงเก็บน้ำฉันน้ำใช้ 

       พึงกวาดโรงฉัน 

       ภิกษุใดเห็นหม้อน้ำฉัน หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำชำระระว่างเปล่า ภิกษุนั้นพึงจัดหาไปตั้งไว้  

       ถ้าเป็นการสุดวิสัย พึงกวักมือเรียกเพื่อนมาให้ช่วยกันจัดตั้งไว้ แต่ไม่พึงเปล่งวาจาเพราะข้อนั้นเป็นเหตุ 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็นวัตรของภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ซึ่งภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร พึงประพฤติเรียบร้อย  



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 4 : วัตตขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : วัตตขันธกะ : ปิณฑจาริกวัตร 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 913 , 914 



- จบ -