Monday, October 10, 2022

ภาคผนวก : กรรมวาจาสมมติเจ้าหน้าที่ทำการสงฆ์

 




กรรมวาจาสมมติเจ้าหน้าที่ทำการสงฆ์ 

       ทรงบัญญัติว่า ในเบื้องต้นต้องขอร้องภิกษุ

       จากนั้นภิกษุ ผู้ฉลาดสามารถจึงสวดประกาศให้สงฆ์ทราบด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา /////  ตามแต่ละหน้าที่ดังนี้ 


* * * กรรมวาจาสมมติเจ้าหน้าที่แจกจีวร 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง จีวะระภาชะกัง สัมมันเนยยะ , เอสา ญัตติ

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง จีวะระภาชะกัง 

       สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน จีวะระภาชะกัสสะ สัมมะติ โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม ภิกขุ จีวะระภาชะโก ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยาม 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ขอสงฆ์จงสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ไว้เป็นผู้แจกจีวร 

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้เป็นผู้แจกจีวร การสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้เป็นผู้แจกจีวร ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       ภิกษุมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติไว้เป็นผู้แจกจีวรแล้ว การสมมติชอบแก่สงฆ์เหตุนั้นจึงนิ่ง 

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


หมายเหตุ

       - ถ้าภิกษุผู้รับสมมติชื่อว่า “อาสะโภ” พึงเปลี่ยนคำว่า อิตถันนามัง เป็น อาสะภัง , อิตถันนามัสสะ เป็น อาสะภัสสะ , คำว่า อิตถันนาโม เป็น
อาสะโภ 

       - ถ้าผู้สวดอ่อนกว่าผู้รับสมมติ พึงเปลี่ยนคำว่า ภิกขุง เป็น อายัส๎มันตัง อาสะภัง , ภิกขุโน เป็น อายัส๎มะโต อาสะภัสสะ , ภิกขุ เป็น อายัส๎มา อาสะโภ 

       - การสมมติเจ้าหน้าที่แบบอื่นๆ พึงเปลี่ยนแต่คำว่า จีวะระภาชะกัง , จีวะระภาชะกัสสะ , จีวะระภาชะโก

       เป็นคำต่างๆ ตามลำดับดังนี้ 

       ผู้รับจีวร เป็น จีวะระปะฏิคคาหะกัง , จีวะระปะฏิคคาหะกัสสะ , จีวะระปะฏิคคาหะโก

       ผู้เก็บจีวร เปลี่ยนเป็น จีวะระนิทาหะกัง , จีวะระนิทาหะกัสสะ , จีวะระนิทาหะโก



* * * กรรมวาจาสมมติเจ้าหน้าที่รับจีวร แจกจีวร เก็บจีวร 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง จีวะระปะฏิคคาหะกัญจะ จีวะระนิทาหะกัญจะ จีวะระภาชะกัญจะ
สัมมันเนยยะ, เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , อิตถันนามัง ภิกขุง จีวะระปะฏิคคาหะกัญจะ จีวะระนิทาหะกัญจะ จีวะระภาชะกัญจะ สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน จีวะระปะฏิคคาหะกัสสะ จะ จีวะระนิทาหะกัสสะ จะ จีวะระภาชะกัสสะ จะ สัมมะติ, โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม ภิกขุ จีวะระปะฏิคคาหะโก จะ จีวะระนิทาหะโก จะ จีวะระภาชะโก. ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ 


       ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ขอสงฆ์จงสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ไว้เป็นผู้รับจีวร ผู้เก็บจีวร ผู้แจกจีวร 

       นี้เป็นญัตติ 


       ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ไว้เป็นผู้รับจีวร ผู้เก็บจีวร ผู้แจกจีวร การสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้เป็นผู้รับจีวร ผู้เก็บจีวร ผู้แจกจีวร ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       ภิกษุมีชื่ออย่างนี้ สงฆ์สมมติไว้เป็นผู้รับจีวร ผู้เก็บจีวร ผู้แจกจีวรแล้ว การสมมติชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง 

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 



* * * กรรมวาจาสมมติภัตตุเทศก์ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง ภัตตุทเทสะกัง สัมมันเนยยะ , เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง ภัตตุทเทสะกัง สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน ภัตตุทเทสะกัสสะ สัมมะติ , โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม ภิกขุ ภัตตุทเทสะโก ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ขอสงฆ์จงสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ เป็น ภัตตุเทสก์ /////  

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้เป็นภัตตุเทสก์

       การสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้เป็นภัตตุเทสก์ ชอบแก่ท่านผู้ใดท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       ภิกษุมีชื่ออย่างนี้ สงฆ์สมมติเป็นภัตตุเทสก์แล้ว การสมมติชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง 

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 



* * * กรรมวาจาสมมติภัณฑาคาริก 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง ภัณฑาคาริกัง สัมมันเนยยะ , เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง ภัณฑาคาริกัง สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน ภัณฑาคาริกัสสะ สัมมะติ , โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม ภิกขุ ภัณฑาคาริโก ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้วสงฆ์พึงสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลัง 

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลัง  

       การสมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลังชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่ออย่างนี้ ให้เป็นเจ้าหน้าที่รักษาเรือนคลังแล้วชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง 

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 



* * * กรรมวาจาสมมติเรือนคลัง 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง วิหารัง ภัณฑาคารัง สัมมันเนยยะ เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , สังโฆ อิตถันนามัง วิหารัง ภัณฑาคารัง สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ วิหารัสสะ ภัณฑาคารัสสะ สัมมะติ , โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม วิหาโร ภัณฑาคาโร ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ  


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า  

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ขอสงฆ์จงสมมติวิหารมีชื่ออย่างนี้ ให้เป็นเรือนคลัง 

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า  

       สงฆ์สมมติวิหารมีชื่ออย่างนี้ให้เป็นเรือนคลัง  

       การสมมติวิหารมีชื่ออย่างนี้ ให้เป็นเรือนคลัง ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       สงฆ์สมมติวิหารมีชื่ออย่างนี้ ให้เป็นเรือนคลังแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง 

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 



* * * กรรมวาจาสมมติเจ้าหน้าที่ผู้แจกให้ภิกษุถือเสนาสนะ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง เสนาสะนะคาหาปะกัง สัมมันเนยยะ , เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ, สังโฆ อิตถันนามัง ภิกขุง เสนาสะนะคาหาปะกัง สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน เสนาสะนะคาหาปะกัสสะ สัมมะติ , โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โสภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม ภิกขุ เสนาสะนะคาหาปะโก ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ขอสงฆ์จงสมมติภิกษุมีชื่อนี้ เป็นผู้แจกให้ภิกษุถือ เสนาสนะ /////  

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       สงฆ์สมมติภิกษุมีชื่อนี้ ให้เป็นผู้แจกให้ภิกษุถือเสนาสนะ  

       การสมมติภิกษุมีชื่อนี้ เป็นผู้แจกให้ภิกษุถือเสนาสนะชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       ภิกษุมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติเป็นผู้ให้ถือเสนาสนะแล้ว ชอบแก่สงฆ์เหตุนั้นจึงนิ่ง  

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้  



* * * กรรมวาจาให้นวกรรม 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัสสะ คะหะปะติโน วิหารัง อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน นะวะกัมมัง ทะเทยยะ , เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , สังโฆ อิตถันนามัสสะ คะหะปะติโน วิหารัง อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน นะวะกัมมัง เทติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ คะหะปะติโน วิหารัสสะ อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน นะวะกัมมัสสะ ทานัง , โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       ทินโน สังเฆนะ อิตถันนามัสสะ คะหะปะติโน วิหาโร อิตถันนามัสสะ ภิกขุโน นะวะกัมมัง ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้วขอสงฆ์จงให้วิหารของคหบดีผู้มีชื่อนี้ เป็น นวกรรม /////  ของภิกษุมีชื่อนี้

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       สงฆ์ให้วิหารของคหบดีผู้มีชื่อนี้เป็นนวกรรมของภิกษุมีชื่อนี้ 

       การให้วิหารของคหบดีผู้มีชื่อนี้ เป็นนวกรรมของภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       วิหารของคฤหบดีผู้มีชื่อนี้ สงฆ์ให้เป็นนวกรรมของภิกษุมีชื่อนี้แล้วชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง  

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


       ( คำว่า อิตถันนามัสสะ คะหะปะติโน พึงเปลี่ยนตามชื่อผู้สร้าง ดังนี้ เช่น สุทัตตัสสะ คะหะปะติโน , วิสาขายะ อุปาสิกายะ , สีหัสสะ กุมารัสสะ ) 



* * * กรรมวาจาสมมติกัปปิยภูมิ 

       ดูก่อนอานนท์ ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงสมมติวิหารที่ตั้งอยู่สุดเขตวัดให้เป็นสถานที่เก็บของ กัปปิยะ /////  แล้วให้เก็บไว้ในสถานที่ที่สงฆ์จำนงหมาย คือ วิหาร เรือนมุงแถบเดียว เรือนชั้น เรือนโล้น หรือถ้ำก็ได้ 



* * * วิธีสมมติกัปปิยภูมิ 

       ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงสมมติอย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ จึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 



* * * กรรมวาจาสมมติกัปปิยภูมิ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง , สังโฆ อิตถันนามัง วิหารัง กัปปิยะภูมิง สัมมันเนยยะ เอสา ญัตติ 

       สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ , สังโฆ อิตถันนามัง วิหารัง กัปปิยะภูมิง สัมมันนะติ , ยัสสายัส๎มะโต ขะมะติ อิตถันนามัสสะ วิหารัสสะ กัปปิยะภูมิยา สัมมะติ , โส ตุณ๎หัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โส ภาเสยยะ 

       สัมมะโต สังเฆนะ อิตถันนาโม วิหาโร กัปปิยะภูมิ ขะมะติ สังฆัสสะ , ตัส๎มา ตุณ๎หี , เอวะเมตัง ธาระยามิ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติวิหารมีชื่อนี้ ให้เป็นกัปปิยภูมิ 

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า 

       สงฆ์สมมติวิหารมีชื่อนี้ ให้เป็นกัปปิยภูมิ 

       การสมมติวิหารมีชื่อนี้ให้เป็นกัปปิยภูมิ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง 

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด  


       วิหารมีชื่อนี้ สงฆ์สมมติให้เป็นกัปปิยภูมิแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง 

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อริยวินัย ที่มาในพระไตรปิฎกเล่มอื่นๆ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ภาคผนวก  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ภาคผนวก : กรรมวาจาสมมติเจ้าหน้าที่ทำการสงฆ์  


* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 1,050 , 1,051 , 1,052 , 1,053 , 1,054 , 1,055 , 1,056


- จบ -