Sunday, March 14, 2021

อุปมาปรากฏแจ่มแจ้ง

 

พุทธวจน - คําสอนจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุปมาปรากฏแจ่มแจ้ง 

       ราชกุมาร !  เรื่องประหลาดเกิดมีแก่เรา อุปมาสามข้อ เป็นอัศจรรย์ที่ไม่เคยได้ยินมาแล้ว มาแจ่มแจ้งแก่เรา

       ( 1 ) ราชกุมาร!  อุปมาข้อ 1 ว่าเหมือนไม้สดชุ่มด้วยยาง ทั้งเขาตัดลงแช่น้ำไว้ , ถ้าบุรุษตั้งใจว่า เราจะนำไม้สีไฟอันบน มาสีกับไม้นั้นให้ไฟเกิดปรากฏดังนี้ , ราชกุมาร! ท่านจะเข้าใจว่าอย่างไร บุรุษนั้นจักถือไม้สีไฟอันบน มาสีไฟให้เกิดปรากฏขึ้นได้หรือไม่?

       “พระองค์ผู้เจริญ !  ไม่ได้เลย, เพราะเหตุว่าโน้นเป็นไม้สดชุ่มด้วยยาง ทั้งยังแช่อยู่ในน้ำ เขาจะสีตลอดกาลเพียงใด จักต้องเหน็ดเหนื่อยคับแค้นเปล่าเพียงนั้น”

       ราชกุมาร!  ฉันใดก็ฉันนั้น สมณะหรือพราหมณ์พวกใด กายยังไม่หลีกออกจากวัตถุกาม ใจก็ยังระคนด้วยกิเลสกามอันทำความพอใจ ความเยื่อใย ความเมาหมก ความกระหาย ความรุ่มร้อน ในวัตถุกามทั้งหลาย , เขายังละไม่ได้ ยังรำงับไม่ได้ ซึ่งกิเลสกามอันเป็นภายในเหล่านั้น , ท่านสมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ถึงจะได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้าแข็งเผ็ดร้อน เพราะการทำความเพียรก็ดี หรือไม่ได้เสวยก็ดี ย่อมไม่ควรเพื่อเกิดปัญญารู้เห็นอันไม่มีปัญญาอื่นยิ่งไปกว่าได้เลย

       ราชกุมาร! นี่เป็นอุปมาทีแรก ที่เป็นอัศจรรย์ ที่เราไม่เคยได้ยินมาแล้วแต่ก่อน ได้มาแจ่มแจ้งแก่เราแล้ว

       ( 2 ) ราชกุมาร!  อุปมาข้อ 2 เป็นอัศจรรย์ที่เราไม่เคยได้ยินมาแล้ว ได้มาแจ่มแจ้งแก่เรา

       ราชกุมาร!  อุปมาว่าไม้สดชุ่มด้วยยาง วางอยู่บนบกไกลจากน้ำ , หากบุรุษตั้งใจว่า เราจักนำไม้สีไฟอันบน มาสีกับไม้นั้นให้ไฟเกิดปรากฏดังนี้ , ท่านจักเข้าใจว่าอย่างไร บุรุษนั้นจักถือเอาไม้สีไฟอันบน มาสีให้เกิดไฟปรากฏขึ้นได้หรือไม่?

       “พระองค์ผู้เจริญ !  ไม่ได้เลย, เพราะเหตุว่าโน้นเป็นไม้สดชุ่มด้วยยาง แม้วางอยู่บนบกก็จริง เขาจะสีไปตลอดกาลเพียงใด ก็จักเหน็ดเหนื่อย คับแค้นเปล่าตลอดกาลเพียงนั้น”

       ราชกุมาร!  ฉันใดก็ฉันนั้น สมณะหรือพราหมณ์พวกใด มีกายหลีกออกจากวัตถุกามแล้ว แต่ใจยังระคนด้วยกิเลสกามอันทำความพอใจ ความเยื่อใย ความเมาหมก ความกระหาย ความรุ่มร้อน ในวัตถุกามทั้งหลาย , เขายังละไม่ได้ ระงับไม่ได้ซึ่งกิเลสกามอันเป็นภายในเหล่านั้น , สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น จะได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้าแข็งเผ็ดร้อน เพราะทำความเพียรก็ดี หรือไม่ได้เสวยก็ดี ก็ไม่ควรเพื่อจะเกิดปัญญารู้เห็นอันไม่มีปัญญาอื่นยิ่งไปกว่าได้เลย

       ราชกุมาร! นี่เป็นอุปมาที่ 2 ที่เป็นอัศจรรย์ อันเราไม่เคยได้ยินมาแล้วแต่ก่อน ได้มาแจ่มแจ้งแก่เราแล้ว

       ( 3 ) ราชกุมาร!  อุปมาข้อ 3 ที่เป็นอัศจรรย์ อันเราไม่เคยได้ยินมาแล้ว มาแจ่มแจ้งแก่เรา 

       ราชกุมาร!  อุปมาว่าไม้แห้งสนิท ทั้งวางไว้บนบกไกลจากน้ำ , หากบุรุษตั้งใจว่าเราจักนำไม้สีไฟอันบน มาสีกับไม้นั้นให้ไฟเกิดปรากฏขึ้น ดังนี้ , ราชกุมาร! ท่านจะเข้าใจว่าอย่างไร บุรุษนั้นจักนำไม้สีไฟอันบน มาสีกับไม้นั้นให้ไฟเกิดปรากฏขึ้นได้หรือไม่?

       “พระองค์ผู้เจริญ !  ได้โดยแท้ , เพราะเหตุว่าโน้นเป็นไม้แห้งเกราะ ทั้งอยู่บนบกไกลจากน้ำ ด้วย”
 
       ราชกุมาร!  ฉันใดก็ฉันนั้น สมณะหรือพราหมณ์พวกใด มีกายละจากวัตถุกามแล้ว ทั้งใจก็ไม่ระคนอยู่ด้วยกิเลสกามอันทำความพอใจ ความเยื่อใย ความเมาหมก ความกระหาย ความรุ่มร้อน ในวัตถุกามทั้งหลาย , เขาเป็นผู้ละได้ ระงับได้ซึ่งกิเลสกามอันเป็นภายในเหล่านั้น  สมณะ หรือพราหมณ์เหล่านั้น จะได้เสวยทุกขเวทนาอันกล้าแข็ง เผ็ดร้อน เพราะทำความเพียรก็ดี หรือไม่ได้เสวยก็ดี ย่อมควรเพื่อเกิดปัญญารู้เห็นอันไม่มีปัญญาอื่นยิ่งไปกว่าได้

       ราชกุมาร!  นี่เป็นอุปมาที่ 3 ที่เป็นอัศจรรย์อันเราไม่เคย ได้ยินมาแล้วแต่ก่อน ได้มาแจ่มแจ้งกะเราแล้ว

* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) คัดมาจากหนังสือ พุทธวจน เรื่อง ตถาคต  /  หัวข้อใหญ่ : เริ่มแต่ออกบรรพชาแล้วเที่ยวเสาะแสวงหาความรู้ ทรมานพระองค์ จนได้ตรัสรู้  /  หัวข้อย่อย : อุปมาปรากฏแจ่มแจ้ง  /  หัวข้อเลขที่ : 39  /  -บาลี ม. ม. 13/448/492.  /  หน้าที่ : 84 , 85 , 86 , 87 

- END -