Saturday, October 1, 2022

วิราคะ

 




       วิราคะ 

       1. ความปราศจากราคะ , ความสิ้นราคะ , ความไม่ไยดี , ความหน่าย 


       2. พระนิพพาน



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute/วิราคะ 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  



- จบ -

นิพพิทา

 




       นิพพิทา แปลว่า ความเบื่อหน่าย 

       นิพพิทา หมายถึงความเบื่อหน่ายในกองทุกข์ คือเบื่อหน่ายคลายความกำหนัดยินดีในสังขารด้วย การรู้แจ้งเห็นจริงว่าเป็นสิ่งน่าเบื่อ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่น่ายึดมั่นถือมั่น เป็นความเบื่อหน่ายด้วยปัญญา เบื่อหน่ายถาวร และเกิดขึ้นในทุกสังขาร 

       ความเบื่อหน่ายธรรมดา ความเบื่อหน่ายในสิ่งที่ไม่ชอบ เช่นคนป่วยเบื่อหน่ายอาหาร ภรรยาเบื่อหน่ายสามีที่มีชู้ ครูเบื่อหน่ายนักเรียนเกเร ไม่จัดเป็นนิพพิทา เพราะไม่เป็นการเบื่อหน่ายแบบถาวร แต่เป็นประเภทเบื่อๆ อยากๆ 

       นิพพิทา จัดเป็นนิพพิทาญาณ คือความหยั่งรู้ด้วยความเป็นจริงในสังขารด้วยความเบื่อหน่ายเป็นทางให้เกิดวิสุทธิมรรคผลนิพพาน  



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/นิพพิทา 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

ยถาภูตญาณทัสสนะ

 




       ยถาภูตญาณทัสสนะ - ยถาภูต ( ตามความเป็นจริง ) + ญาณ ( ความรู้ ) + ทสฺสน ( การเห็น )  

       ความรู้ความเห็นตามความเป็นจริง หมายถึง วิปัสสนาญาณที่ 2 คือ ปัจจยปริคคหญาณ เป็นการประจักษ์แจ้งนามรูป พร้อมทั้งเหตุปัจจัยที่ทำให้นามรูปเหล่านั้นเกิดขึ้นตามความเป็นจริง หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึง ทิพยจักขุญาน เป็นปัญญาที่เกิดกับอภิญญาจิต ซึ่งเกิดจากการอบรมสมภภาวนาจนจิตสงบถึงปัญจมฌาน ( รูปฌานที่ 5 ) สามารถเห็นรูปแม้อยู่ในที่ไกล ในที่มืด หรือในที่ปกปิดไว้ได้ 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://www.dhammahome.com/webboard/topic8951.html  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

ปัสสัทธิ

 



       ปัสสัทธิ ( อ่านว่า ปัด-สัด-ทิ ) - ความสงบจากกิเลส 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-pleang/ปัสสัทธิ  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

อวิปปฏิสาร

 




       อวิปปฏิสาร - ความไม่ร้อนใจ 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=24&siri=1  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  



- จบ -

โครส 5

 



ปัญจโครส - คือของ 5 อย่างที่เกิดจากโค 

       1. นมสด 

       2. นมส้ม 

       3. เปรียง * * * ( 1 ) 

       4. เนยข้น 

       5. เนยใส 



* * * ( 1 )  แปลคำว่า ตกฺก ตามที่ไทยเราเคยแปลกันเช่นนั้น แต่เท่าที่สอบสวนแล้ว ตรงที่แปลว่า นมส้ม ควรแปลว่า นมข้น ( curds ) ตรงคำว่า เปรียง ควรแปลว่า นมส้ม ( buttermilk ) 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : http://www.larnbuddhism.com/tripitaka/prawinai/5.4.html  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

คาถาส่งท้าย

 




คัมภีร์ ปริวาร 

( วินัยปิฎก เล่มที่ 8 )


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

คาถาส่งท้าย  * * * ( 1 ) 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 1366 )  


       ก็พระวินัยธร ผู้เรืองนาม มีปัญญามาก ทรงสุตะ มีวิจารณญาณสอบสวนแนวทางของท่านบูรพาจารย์ในที่นั้นๆ แล้วคิดเขียนข้อพิสดารและสังเขปนี้ไว้ในสายกลาง ตามแนวทางที่วางไว้ ซึ่งจะนำความสะดวกมาให้แก่เหล่าศิษย์

       คัมภีร์นี้เรียกว่าปริวาร มีทุกเรื่องพร้อมทั้งลักษณะ มีอรรถโดยอรรถในสัทธรรม มีธรรมโดยธรรมในบัญญัติ ห้อมล้อมพระศาสนาดุจสาครล้อมรอบชมพูทวีป ฉะนั้น 

       พระวินัยธรเมื่อไม่รู้คัมภีร์ปริวาร ไฉนจะวินิจฉัยโดยธรรมได้

       ความเคลือบแคลงของพระวินัยธรใดที่เกิดในวิบัติ วัตถุ บัญญัติ อนุบัญญัติ บุคคล เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ โลกวัชชะ และปัณณัตติวัชชะ ย่อมขาดสิ้น ไปด้วยคัมภีร์ปริวาร 

       พระเจ้าจักรพรรดิ สง่างามในกองทัพใหญ่ฉันใด ไกรสรสง่างามในท่ามกลางฝูงมฤคฉันใด พระอาทิตย์แผ่สร้านด้วยรัศมี ย่อมสง่างามฉันใด พระจันทร์สง่างามในหมู่ดาราฉันใด พระพรหมสง่างาม ในหมู่พรหมฉันใด ท่านผู้นำสง่างามในท่ามกลางหมู่ชนฉันใด พระสัทธรรมวินัยย่อมงามสง่าด้วยคัมภีร์ปริวาร ฉันนั้นแล 



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


* * * ( 1 ) : ในเล่มนี้ไม่ได้แสดงเนื้อหาของคัมภีร์ปริวาร ( วินัยปิฎก เล่มที่ 8 ) ไว้ เนื่องจากมีระบุไว้ว่าเป็นคำแต่งใหม่



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ปริวาร ( วินัยปิฎก เล่มที่ 8 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คาถาส่งท้าย  



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 999 , 1,000



- จบ -