Monday, July 12, 2021

อุโบสถขันธกะ : การทำอุโบสถ 4 อย่าง

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : การทำอุโบสถ 4 อย่าง



การทำอุโบสถ 4 อย่าง


       ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า การทำอุโบสถมีเท่าไรหนอ …

       ตรัสว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย การทำอุโบสถนี้มี 4 คือ 

       1.การทำอุโบสถเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม 

       2.การทำอุโบสถพร้อมเพรียงโดยไม่เป็นธรรม 

       3.การทำอุโบสถเป็นวรรคโดยธรรม 

       4.การทำอุโบสถพร้อมเพรียงโดยธรรม 


       278.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในการทำอุโบสถ 4 อย่างนั้น การทำอุโบสถนี้ใดเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรม การทำอุโบสถเห็นปานนั้น ไม่ควรทำ และเราก็ไม่อนุญาต 


       279.ในการทำอุโบสถ 4 อย่างนั้น การทำอุโบสถนี้ใด ที่พร้อมเพรียงโดยไม่เป็นธรรม การทำอุโบสถเห็นปานนั้น ไม่ควรทำ และเราก็ไม่อนุญาต 


       280.ในการทำอุโบสถ 4 อย่างนั้น การทำอุโบสถนี้ใด เป็นวรรคโดยธรรม การทำอุโบสถเห็นปานนั้น ไม่ควรทำ และเราก็ไม่อนุญาต  


       281.ในการทำอุโบสถ 4 อย่างนั้น การทำอุโบสถนี้ใด ที่พร้อมเพรียงโดยธรรม การทำอุโบสถเห็นปานนั้น ควรทำ และเราก็อนุญาต 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละพวกเธอพึงทำในใจว่า จักทำอุโบสถกรรมชนิดที่พร้อมเพรียงโดยธรรม ดังนี้

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้แล 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : การทำอุโบสถ 4 อย่าง 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 272 



- END -


อุโบสถขันธกะ : วันอุโบสถ 2

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : วันอุโบสถ 2  



วันอุโบสถ 2


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 166 ) 


       ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า วันอุโบสถมีเท่าไรหนอ …

       ตรัสว่า  


       277.ดูกรภิกษุทั้งหลาย วันอุโบสถนี้มี 2 คือ

       อุโบสถมีในวัน 14 ค่ำ 

       อุโบสถมีในวัน 15 ค่ำ

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย วันอุโบสถ 2 นี้แล 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : วันอุโบสถ 2 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 272
 


- END -

Sunday, July 11, 2021

อุโบสถขันธกะ : ภิกษุหลายวัดทำอุโบสถร่วมกัน

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ภิกษุหลายวัดทำอุโบสถร่วมกัน



ภิกษุหลายวัดทำอุโบสถร่วมกัน


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 161 ) 


       262.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาวาสในพระนครราชคฤห์นี้ก็หลายแห่ง มีสีมาอันเดียวกัน

       ภิกษุทั้งหลายในอาวาสเหล่านั้น วิวาทกันว่า ขอสงฆ์จงทำอุโบสถในอาวาสของพวกเรา ขอสงฆ์จงทำอุโบสถในอาวาสของพวกเรา

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทุกๆ รูปพึงประชุมทำอุโบสถแห่งเดียวกัน

       ก็หรือภิกษุผู้เถระอยู่ในอาวาสใด พึงประชุมทำอุโบสถในอาวาสนั้น

       แต่สงฆ์เป็นวรรคไม่พึงทำอุโบสถ

       รูปใดทำ ต้องอาบัติทุกกฏ 


* * * พระมหากัสสปเถระ เดินทางไปทำอุโบสถ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 162 ) 


       ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระมหากัสสป มาจากอันธกวินทวิหารสู่พระนครราชคฤห์ เพื่อทำอุโบสถ

       ในระหว่างทางข้ามแม่น้ำ เกือบถูกน้ำพัดไป จีวรของท่านเปียก 

       ภิกษุทั้งหลายได้ถามท่านพระมหากัสสป ว่า อาวุโส เพราะเหตุไรจีวรของท่านจึงเปียก 

       ท่านตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมมาจาก อันธกวินทวิหาร สู่ พระนครราชคฤห์ เพื่อทำอุโบสถ ณ ที่นี้ ได้ข้ามแม่น้ำ ในระหว่างทาง เกือบถูกน้ำพัดไป เพราะเหตุนั้น จีวรของผมจึงเปียก …

       ตรัสว่า 


       263.ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีมานั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้วให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์จงสมมติสีมานั้นให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร 


วิธีสมมติติจีวราวิปปวาส 

       264.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงสมมติ ติจีวราวิปปวาสสีมา อย่างนี้ 


       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * *  กรรมวาจาสมมติ ติจีวราวิปปวาส

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สีมานั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติสีมานั้นให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร

       นี้เป็นญัตติ


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สีมานั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งสีมานั้น ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร

       การสมมติสีมานี้ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       สีมานั้นสงฆ์สมมติให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


       สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสมมติ ติจีวราวิปปวาส แล้ว จึงเก็บจีวรไว้ในละแวกบ้าน จีวรเหล่านั้นหายบ้าง ถูกไฟไหม้บ้าง ถูกหนูกัดบ้าง

       ภิกษุทั้งหลายมีแต่ผ้าไม่ดี มีจีวรเศร้าหมอง

       ภิกษุทั้งหลายจึงถามกันอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย เพราะเหตุไร พวกท่านจึงมีแต่ผ้าไม่ดี มีจีวรเศร้าหมองเล่า 

       ภิกษุเหล่านั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกผมทราบว่าพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสมมติ ติจีวราวิปปวาส แล้ว จึงเก็บจีวรไว้ในละแวกบ้าน ณ ตำบลนี้  จีวรเหล่านั้นหายเสียบ้าง ถูกไฟไหม้บ้าง ถูกหนูกัดบ้าง เพราะเหตุนั้น พวกผมจึงมีแต่ผ้าไม่ดี มีจีวรเศร้าหมอง …

       ตรัสว่า 


       265.ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีมานั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้วให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์จงสมมติสีมานั้นให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร

       เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน  


วิธีสมมติติจีวราวิปปวาส

       266.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงสมมติ ติจีวราวิปปวาสสีมา อย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้


* * * กรรมวาจาสมมติติจีวราวิปปวาส 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติสีมานั้นให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เว้นบ้าน และอุปจารแห่งบ้าน

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งสีมานั้น ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวร เว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน

       การสมมติ สีมานี้ให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรเว้นบ้านและอุปจารแห่งบ้าน ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด


       สีมานั้นสงฆ์สมมติให้เป็นแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรเว้นบ้าน และอุปจารแห่งบ้านแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 163 ) 


       267.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุจะสมมติสีมา พึงสมมติ สมานสังวาสสีมา ก่อน ภายหลังจึงสมมติ ติจีวราวิปปวาส 

       เมื่อจะถอนสีมา พึงถอน ติจีวราวิปปวาส ก่อน ภายหลังจึงถอน สมานสังวาสสีมา 


วิธีถอนติจีวราวิปปวาส

       268.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงถอน ติจีวราวิปปวาส อย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * กรรมวาจาถอน ติจีวราวิปปวาส 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       แดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรนั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้ว

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงถอนแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรนั้น

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       แดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรนั้นใด อันสงฆ์สมมติไว้แล้ว สงฆ์ถอนอยู่บัดนี้ ซึ่งแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรนั้น 

       การถอนแดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรนั้น ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       แดนไม่อยู่ปราศจากไตรจีวรนั้น สงฆ์ถอนแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้  


วิธีถอนสมานสังวาสสีมา 

       269.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงถอนสมานสังวาสสีมาอย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * กรรมวาจาถอน สมานสังวาสสีมา

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน ให้มีอุโบสถเดียวกัน

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงถอนสีมานั้น

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สีมานั้นใดอันสงฆ์สมมติไว้แล้ว ให้มีสังวาสเสมอกัน ให้มีอุโบสถเดียวกัน สงฆ์ถอนอยู่บัดนี้ ซึ่งสีมานั้น

       การถอนสีมามีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกันนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด


       สีมามีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกันนั้น อันสงฆ์ถอนแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ 


* * * อพัทธสีมา 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 164 ) 


       270.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ยังไม่ได้กำหนดสีมา ภิกษุเข้าอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่ เขตของบ้านนั้นเป็นคามสีมาบ้าง เขตของนิคมนั้นเป็นนิคมสีมาบ้าง สีมานี้มีสังวาสเสมอกันมีอุโบสถเดียวกัน ในบ้านหรือนิคมนั้น 


       271.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าในป่าหาคนตั้งบ้านเรือนมิได้ ชั่ว 7 อัพภันดร * * * ( 1 )  โดยรอบ เป็น สัตตัพภันดรสีมา สีมานี้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกันในป่านั้น 


       272.ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำทั้งหมด สมมติเป็นสีมาไม่ได้ สมุทรทั้งหมด สมมติเป็นสีมาไม่ได้  ชาตสระ * * * ( 2 ) ทั้งหมด สมมติเป็นสีมาไม่ได้ 


       273.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในแม่น้ำในสมุทร หรือในชาตสระชั่ววักน้ำสาด โดยรอบแห่งมัชฌิมบุรุษ เป็น อุทกุกเขปสีมา สีมานี้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ในน่านน้ำนั้น 


* * * สีมาสังกระ 

( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 165 ) 


       …ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีมาอันภิกษุเหล่าใดสมมติไว้ก่อนแล้ว กรรมนั้นของภิกษุเหล่านั้นเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ

       สีมาอันภิกษุเหล่าใด สมมติแล้วในภายหลัง กรรมนั้นของภิกษุเหล่านั้นไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ 


       274.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสมมติสีมาคาบเกี่ยวสีมา

       รูปใดสมมติคาบเกี่ยว ต้องอาบัติทุกกฏ 


* * * สีมาทับสีมา 

       …ดูกรภิกษุทั้งหลาย สีมาอันภิกษุเหล่าใดสมมติไว้ก่อนแล้ว กรรมนั้นของภิกษุเหล่านั้นเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ

       สีมาอันภิกษุเหล่าใดสมมติแล้วในภายหลัง กรรมนั้นของภิกษุเหล่านั้นไม่เป็นธรรม กำเริบ ไม่ควรแก่ฐานะ 


       275.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสมมติสีมาทับสีมา

       รูปใดสมมติทับ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       276.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้จะสมมติสีมา เว้นสีมันตริก * * * ( 3 ) ไว้ แล้วสมมติสีมา



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

* * * ( 1 ) อัพภันดร หมายถึง ชื่อมาตรวัดในบาลี ราว 7 วา เป็น 1 อัพภันดร ที่มา : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 – ผู้รวบรวม 


* * * ( 2 ) ชาตสระ หมายถึง สระธรรมชาติ ที่มา : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 – ผู้รวบรวม 


* * * ( 3 ) สีมันตริก หมายถึง ช่องว่างในระหว่างสีมา ที่มา : พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ พ.ศ.2535 – ผู้รวบรวม 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ภิกษุหลายวัดทำอุโบสถร่วมกัน 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 266 , 267 , 268 , 269 , 270 , 271



- END -

อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้พระเถระลงประชุมก่อน

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้พระเถระลงประชุมก่อน



ทรงอนุญาตให้พระเถระลงประชุมก่อน


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 160 ) 


       261.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถ เราอนุญาตให้ภิกษุผู้เถระทั้งหลายลงประชุมก่อน 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้พระเถระลงประชุมก่อน 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 266
 


- END -






Saturday, July 10, 2021

อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินขนาด

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินขนาด 



ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินขนาด


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 159 ) 


       ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่ง สงฆ์สมมติโรงอุโบสถเล็กเกินขนาด

       ถึงวันอุโบสถ ภิกษุสงฆ์ลงประชุมกันมาก  ภิกษุทั้งหลายต้องนั่งฟังปาติโมกข์ในพื้นที่ซึ่งมิได้สมมติ

       ภิกษุเหล่านั้นจึงได้หารือกันว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า พึงสมมติโรงอุโบสถแล้วจึงทำอุโบสถดังนี้ ก็พวกเรานั่งฟังปาติโมกข์ในพื้นที่ซึ่งมิได้สมมติอุโบสถ เป็นอันพวกเราทำแล้ว หรือไม่เป็นอันทำหนอ …

       ตรัสว่า   


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั่งในพื้นที่ซึ่งสมมติแล้วก็ตาม มิได้สมมติก็ตาม เพราะได้ฟังปาติโมกข์ ฉะนั้นอุโบสถย่อมเป็นอันเธอได้ทำแล้วเหมือนกัน 


       259.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถให้ใหญ่เท่าที่จำนง 


วิธีสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถ

       260.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถอย่างนี้ 


       พึงทักนิมิตก่อน

       ครั้นทักนิมิตแล้ว ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * กรรมวาจาสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถ 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       นิมิตระบุไว้แล้วโดยรอบเพียงไร

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถ ด้วยนิมิตเหล่านั้น

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       นิมิตระบุไว้แล้วโดยรอบเพียงไร  สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถด้วยนิมิตเหล่านั้น

       การสมมติพื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถด้วยนิมิตเหล่านั้น ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       พื้นที่ด้านหน้าโรงอุโบสถอันสงฆ์สมมติแล้วด้วยนิมิตเหล่านั้น ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถเล็กเกินขนาด 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 265 , 266 



- END -

อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถ 2 แห่งในอาวาสเดียวกัน

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถ 2 แห่งในอาวาสเดียวกัน 



ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถ 2 แห่งในอาวาสเดียวกัน


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 158 ) 


       ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่ง สงฆ์สมมติโรงอุโบสถ 2 แห่ง

       ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในโรงอุโบสถทั้งสองด้วยตั้งใจว่า สงฆ์จักทำอุโบสถที่นี้ สงฆ์จักทำอุโบสถ ณ ที่นี้ …

       ตรัสว่า 


       256.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง สงฆ์ไม่พึงสมมติโรงอุโบสถ 2 แห่ง

       รูปใดสมมติ ต้องอาบัติทุกกฏ  


       257.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถอนโรงอุโบสถแห่งหนึ่ง

       แล้วทำอุโบสถในโรงอุโบสถแห่งหนึ่ง


วิธีถอนโรงอุโบสถ 

       258.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงถอนโรงอุโบสถอย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้


* * * กรรมวาจาถอนโรงอุโบสถ 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงถอนโรงอุโบสถมีชื่อนี้

       นี้เป็นญัตติ 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สงฆ์ถอนอยู่บัดนี้ ซึ่งโรงอุโบสถมีชื่อนี้

       การถอนโรงอุโบสถมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 

       โรงอุโบสถมีชื่อนี้อันสงฆ์ถอนแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติโรงอุโบสถ 2 แห่งในอาวาสเดียวกัน 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 264 , 265 



- END -

อุโบสถขันธกะ : การสมมติโรงอุโบสถ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : การสมมติโรงอุโบสถ



การสมมติโรงอุโบสถ


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 157 ) 


       ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายสวดปาติโมกข์ตามบริเวณวิหารโดยมิได้กำหนดที่

       พระอาคันตุกะทั้งหลายไม่รู้ว่าวันนี้พระสงฆ์จักทำอุโบสถที่ไหน …

       ตรัสว่า 


       253.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ตามบริเวณวิหารโดยมิได้กำหนดที่

       รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ 


       254.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติวิหาร เรือนมุงแถบเดียว เรือนชั้น เรือนโล้น หรือถ้ำ ที่สงฆ์จำนงให้เป็นโรงอุโบสถแล้ว

       ทำอุโบสถ 


วิธีสมมติโรงอุโบสถ 

       255.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงสมมติโรงอุโบสถอย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * กรรมวาจาสมมติโรงอุโบสถ 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติวิหารมีชื่อนี้ให้เป็นโรงอุโบสถ

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ ซึ่งวิหารมีชื่อนี้ ให้เป็นโรงอุโบสถ

       การสมมติวิหารมีชื่อนี้ให้เป็นโรงอุโบสถ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       วิหารมีชื่อนี้อันสงฆ์สมมติให้เป็นโรงอุโบสถแล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : การสมมติโรงอุโบสถ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 263 , 264 



- END -