Saturday, July 10, 2021

อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ 



ทรงห้ามสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 156 ) 


       251.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ

       รูปใดสมมติ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       252.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสีมาคร่อมแม่น้ำที่มีเรือจอดประจำหรือมีสะพานถาวร 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติสีมาคร่อมแม่น้ำ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 263 



- END -





Friday, July 9, 2021

อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด 



ทรงห้ามสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 155 ) 


       249.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสมมติสีมาใหญ่เกินถึง 4 โยชน์ 5 โยชน์ หรือ 6 โยชน์

       รูปใดสมมติ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       250.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสีมามีประมาณ 3 โยชน์เป็นอย่างยิ่ง 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงห้ามสมมติสีมาใหญ่เกินขนาด 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 263



- END -

อุโบสถขันธกะ : สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา



สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 154 ) 


       ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติว่า ความพร้อมเพรียงมีเพียงชั่วอาวาสเดียวเท่านั้น แล้วได้มีความปริวิตกต่อไปว่า อาวาสหนึ่งกำหนดเพียงเท่าไร …

       ตรัสว่า  


       247.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สมมติสีมา 


       248.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงสมมติสีมาอย่างนี้


วิธีสมมติสีมา 

       ชั้นต้นพึงทักนิมิต คือ ปัพพตนิมิต ปาสาณนิมิต วนนิมิต รุกขนิมิต มัคคนิมิต วัมมิกนิมิต นทีนิมิต อุทกนิมิต

       ครั้นทักนิมิตแล้ว ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * กรรมวาจาสมมติสีมา 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       นิมิตระบุไว้โดยรอบแล้วเพียงไร ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติสีมาให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ด้วยนิมิตเหล่านั้น

       นี้เป็นญัตติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       นิมิตระบุไว้โดยรอบแล้วเพียงไร สงฆ์สมมติอยู่บัดนี้ซึ่งสีมา ให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ด้วยนิมิตเหล่านั้น

       การสมมติสีมาให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกัน ด้วยนิมิตเหล่านั้น ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       สีมาอันสงฆ์สมมติให้มีสังวาสเสมอกัน มีอุโบสถเดียวกันแล้ว ด้วยนิมิตเหล่านั้น ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : สมมติสีมาและนิมิตแห่งสีมา 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 262 , 263 



- END -

อุโบสถขันธกะ : พระมหากัปปินเถระดำริจะไม่ทำอุโบสถ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : พระมหากัปปินเถระดำริจะไม่ทำอุโบสถ



พระมหากัปปินเถระดำริจะไม่ทำอุโบสถ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 153 ) 


       …ดูกรกัปปินะ เธอไปในที่สงัด หลีกเร้นอยู่ ได้มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า

       เราควรไปทำอุโบสถ หรือไม่ควรไป

       ควรไปทำสังฆกรรม หรือไม่ควรไป

       โดยที่แท้ เราเป็นผู้หมดจดแล้วด้วยความหมดจดอย่างยิ่ง ดังนี้มิใช่หรือ 


       เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า 


       ดูกรพราหมณ์ทั้งหลาย * * * ( 1 )  ถ้าพวกเธอไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่บูชา ซึ่งอุโบสถ เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครเล่าจักสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ซึ่งอุโบสถ

       ดูกรพราหมณ์ เธอจงไปทำอุโบสถ จะไม่ไปไม่ได้

       จงไปทำสังฆกรรม จะไม่ไปไม่ได้ … 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

* * * ( 1 ) “พราหมณ์” โดยความหมายของบาลี มีหลายความหมาย ในที่นี้อาจหมายถึง “ผู้ประเสริฐ” – ผู้รวบรวม


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : พระมหากัปปินเถระดำริจะไม่ทำอุโบสถ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 261 , 262 



- END -

อุโบสถขันธกะ : ทรงให้สวดปาติโมกข์แก่บริษัทที่พร้อมเพรียง

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงให้สวดปาติโมกข์แก่บริษัทที่พร้อมเพรียง 



ทรงให้สวดปาติโมกข์แก่บริษัทที่พร้อมเพรียง


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 152 ) 


       ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์สวดปาติโมกข์แก่บริษัทเท่าที่มีอยู่ คือเฉพาะบริษัทของตนๆ …

       ตรัสว่า 

       244.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์แก่บริษัทเท่าที่มีอยู่คือเฉพาะบริษัทของตนๆ

       รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ  


       245.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต อุโบสถกรรม แก่ภิกษุทั้งหลาย ผู้พร้อมเพรียงกัน 


       ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ อุโบสถกรรม แก่ภิกษุทั้งหลายผู้พร้อมเพรียงกัน ดังนี้ แล้วมีความดำริต่อไปว่า ความพร้อมเพรียงมีเพียงเท่าไรหนอแล มีเพียงอาวาสหนึ่ง หรือทั่วทั้งแผ่นดิน …

       ตรัสว่า 


       246.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตความพร้อมเพรียง เพียงชั่วอาวาสเดียวเท่านั้น


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงให้สวดปาติโมกข์แก่บริษัทที่พร้อมเพรียง 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 261 



- END -






อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถ



ทรงอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถ


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 151 ) 


       240.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ทุกวัน

       รูปใดสวดต้องอาบัติทุกกฏ 


       241.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถ 


       สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตการสวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถแล้ว จึงสวดปาติโมกข์ปักษ์ละ ๓ ครั้ง คือ ในวัน 14 ค่ำ วัน 15 ค่ำ และวัน 8 ค่ำ

       … ตรัสว่า 


       242. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ปักษ์ละ 3 ครั้ง 

       รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ 


       243.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ ปักษ์ละ 1 ครั้ง คือ ในวัน 14 ค่ำ หรือ วัน 15 ค่ำ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ในวันอุโบสถ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 260 , 261


- END -

อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาต ปาติโมกขุเทศ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาต ปาติโมกขุเทศ 



ทรงอนุญาตปาติโมกขุเทศ


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 149 ) 


       ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จไป ณ ที่สงัด หลีกเร้นอยู่ ได้มีพระปริวิตกแห่งพระทัยเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า 

       ไฉนหนอ เราพึงอนุญาตสิกขาบทที่เราบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้เป็นปาติโมกขุเทศของพวกเธอ

       ปาติโมกขุเทศนั้นจักเป็นอุโบสถกรรมของพวกเธอ

       ครั้นเวลาสายัณห์ พระองค์เสด็จออกจากที่เร้นแล้ว ทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไปในที่สงัด หลีกเร้นอยู่ ณ ตำบลนี้ ได้มีความปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ เราพึงอนุญาตสิกขาบทที่เราบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้เป็นปาติโมกขุเทศของพวกเธอ

       ปาติโมกขุเทศนั้นจักเป็นอุโบสถกรรมของพวกเธอ ดังนี้ 


       238.ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ 


       239.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล ภิกษุพึงสวดอย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้ 

       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงทำอุโบสถ พึงสวดปาติโมกข์

       อะไรเป็นบุพพกิจของสงฆ์ ท่านทั้งหลายพึงบอกความบริสุทธิ์ ข้าพเจ้าจักสวดปาติโมกข์

       พวกเราบรรดาที่มีอยู่ทั้งหมดจงฟัง จงใส่ใจซึ่งปาติโมกข์นั้นให้สำเร็จประโยชน์

       ท่านผู้ใดมีอาบัติ ท่านผู้นั้นพึงเปิดเผย

       เมื่ออาบัติไม่มี พึงนิ่งอยู่ 

       ก็ด้วยความเป็นผู้นิ่งแล ข้าพเจ้าจักทราบท่านทั้งหลายว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 


       การสวดประกาศกว่าจะครบ 3 จบ ในบริษัทเห็นปานนี้ย่อมเป็นเหมือนการกล่าวแก้เฉพาะรูป ที่ถูกถามผู้เดียวฉะนั้น

       ก็ภิกษุรูปใด เมื่อสวดประกาศกว่าจะครบ 3 จบ ระลึกได้ ไม่ยอมเปิดเผยอาบัติที่มีอยู่ สัมปชานมุสาวาท ย่อมมีแก่ภิกษุรูปนั้น

       ท่านทั้งหลาย ก็สัมปชานมุสาวาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นธรรมทำอันตราย

       เพราะฉะนั้น ภิกษุต้องอาบัติแล้วระลึกได้ หวังความบริสุทธิ์ พึงเปิดเผยอาบัติที่มีอยู่

       เพราะเปิดเผยอาบัติแล้ว ความผาสุกย่อมมีแก่เธอ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาต ปาติโมกขุเทศ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 259 



- END -