Saturday, July 2, 2022

มณฑล 3

 

มณฑล 3


       มณฑล 3 คือ ถ้าเป็นผ้า อุตตราสงค์ ( ผ้าห่ม ) ///// ต้องห่มปิดหลุมคอและทำชายจีวรทั้ง 2 ข้างให้เสมอกัน 

       ถ้าเป็น อ้นตรวาสก /////  ต้องนุ่งปิดสะดือ และปิดเข่าทั้ง 2 ข้าง ( ดู วิ.มหา.( แปล ) 2/576-577/650-651 ) 


- จบ -

ภัตกาล

 

ภัตกาล 


       ภัตกาล - เวลาฉันอาหาร , เวลารับประทานอาหาร เดิมเขียน ภัตตกาล   



- จบ -

Friday, July 1, 2022

วัตตขันธกะ : ภัตตานุโมทนา

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง วัตตขันธกะ : ภัตตานุโมทนา
 



ภัตตานุโมทนา


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 420 )  


       543. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ อนุโมทนา /////  ในโรงฉัน 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 421 )  


       ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายคิดว่า ใครหนอพึงอนุโมทนาในโรงฉัน … ตรัสว่า 

       544. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ เถระ ///// อนุโมทนาในโรงฉัน 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 422 )  


       สมัยนั้น ประชาชนหมู่หนึ่งถวายภัตรแก่พระสงฆ์ ท่านพระสารีบุตรเป็นสังฆเถระ ภิกษุทั้งหลายคิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้เถระอนุโมทนาในโรงฉัน จึงเหลือท่านพระสารีบุตรไว้รูปเดียว แล้วพากันกลับไป … ตรัสว่า 

       545. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ ภิกษุเถรานุเถระ ///// 4 - 5 รูปรออยู่ในโรงฉัน 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 423 )  


       สมัยต่อมา พระเถระ รูปหนึ่งปวดอุจจาระรออยู่ในโรงฉัน เธอกลั้นอุจจาระอยู่จนสลบล้มลง … ตรัสว่า 

       546. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีกรณียกิจ เราอนุญาตให้บอกลาภิกษุผู้นั่งอยู่ในลำดับ แล้วไปได้ 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 4 : วัตตขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : วัตตขันธกะ : ภัตตานุโมทนา 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 910
 


- จบ -

อนุโมทนา

 

อนุโมทนา


       อนุโมทนา แปลว่า ความยินดีตาม , ความพลอยยินดี หมายถึงการแสดงความชื่นชมยินดีในบุญหรือความดีที่ผู้อื่นทำ

       อนุโมทนา อาจทำได้ด้วยการพูด เขียนหนังสือ หรือแสดงกิริยาก็ได้ เช่นเมื่อได้ยินเสียงย่ำฆ้องกลองที่วัดในตอนเย็น แสดงว่าพระท่านทำวัตรเย็นจบ ก็ยกมือขึ้นประนมไหว้เปล่งวาจาว่าสาธุ เป็นการอนุโมทนาต่อพระสงฆ์ที่วัด หรือมีใครทำบุญแล้วมาบอกให้ทราบ ทราบแล้วยกมือขึ้นสาธุ เป็นการอนุโมทนาบุญของเขาด้วย 

       เรียกการพูดแสดงความยินดีในความดีของผู้อื่นว่า อนุโมทนากถา ( ดูสัมโมทนียกถาประกอบ ) 

       เรียกหนังสือรับรองการบริจาคที่วัดออกให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์ทำบุญว่า อนุโมทนาบัตร หรือ ใบอนุโมทนา 

       เรียกบุญที่เกิดจากการอนุโมทนาตามตัวอย่างข้างต้นว่า อนุโมทนามัยบุญ 


- จบ -

เถรานุเถระ-ภิกษุเถรานุเถระ

 

เถรานุเถระ-ภิกษุเถรานุเถระ



       เถรานุเถระ - พระเถระผู้ใหญ่ผู้น้อย 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

เถรานุเถระ 

       อ่านว่า เถ-รา-นุ-เถ-ระ 

       ประกอบด้วย เถร + อนุเถระ 

* * * ( 1 ) “เถร” (เถ-ระ) รากศัพท์มาจาก – 

       (1) ฐา ( ธาตุ = ยืน, ตั้งอยู่ ) + อิร ปัจจัย, ลบ อา ที่ ฐา ( ฐา > ฐ ) , แปลง ฐ เป็น ถ , แผลง อิ ที่ อิ- ( ร ) เป็น เอ  

       : ฐา > ฐ + อิร = ฐิร > ถิร > เถร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้ยังคงอยู่” ( ถ้าเป็นพระก็คือยังไม่มรณภาพ หรือยังไม่ลาสิกขา )  


       ( 2 ) ถิร ( ธาตุ = มั่นคง ) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แผลง อิ ที่ ถิ-( ร ) เป็น เอ

       : ถิร + ณ = ถิรณ > ถิร > เถร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มั่นคง” ( ดำรงเพศภิกษุอยู่อย่างมั่นคง , มีจิตใจมั่นคง )  


       ( 3 ) ถุ ( ธาตุ = สรรเสริญ , ชมเชย ) + อิร ปัจจัย , ลบ อุ ที่ ถุ , แผลง อิ ที่ อิ- ( ร ) เป็น เอ 

       : ถุ > ถ + อิร = ถิร > เถร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้น่าสรรเสริญยกย่อง” 

       “เถร” ( เป็นคำนาม ) หมายถึง พระเถระ , พระผู้ใหญ่ , พระภิกษุผู้มีพรรษาตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ; ( เป็นคำคุณศัพท์ ) หมายถึง ผู้เป็นพระเถระ , ผู้แก่ , ผู้เฒ่า , ผู้ใหญ่ 



* * * ( 2 ) “อนุเถร” ( อะ-นุ-เถ-ระ ) มาจาก อนุ ( น้อย , ภายหลัง , ตาม ) + เถร = อนุเถร แปลตามศัพท์ว่า “พระเถระชั้นรอง” หมายถึง เป็นพระเถระตามเกณฑ์ เช่นมีพรรษา 10 แล้ว แต่เมื่ออยู่ในหมู่พระเถระด้วยกันยังมีพระเถระที่อาวุโสมากกว่า 

       เถร + อนุเถร = เถรานุเถร แปลทับศัพท์ว่า “พระเถระและพระอนุเถระ”

       พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต แปล “เถรานุเถร” เป็นอังกฤษว่า senior monks in general 

       พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ขยายความ “เถรานุเถร” ว่า seniors & those next to them in age dating not from birth, but from admission to the Order ( ภิกษุชั้นพระเถระและอนุเถระ โดยนับพรรษาที่บวชมา มิใช่นับอายุ ) 

       เถรานุเถร เขียนแบบไทยเป็น “เถรานุเถระ” 

       พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า – 

       “เถรานุเถระ : ( คำนาม ) พระเถระผู้ใหญ่ผู้น้อย. ( ป. )” 

       พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ.ปยุตฺโต ข้อ [ 322 ] แสดง เถรธรรม – คุณสมบัติที่ทำให้เป็นพระเถระ 10 ประการ ดังนี้ : 

       1. เถโร รตฺตญฺญู ( เป็นผู้ใหญ่ บวชนาน รู้เห็นกิจการ ทรงจำเรื่องราวไว้ได้มาก — Thero rattaññū: to be an elder monk of long experience ) 

       2. สีลวา ( มีศีล เคร่งครัดในสิกขาบททั้งหลาย — Sīlavā: to be virtuous; to have good conduct ) 

       3. พหุสฺสุโต ( เป็นพหูสูตทรงความรู้ — Bahussuto: to be much learned ) 

       4. สฺวาคตปาฏิโมกฺโข ( ทรงปาฏิโมกข์ รู้หลักแห่งวินัย แคล่วคล่อง ชำนิชำนาญ สามารถวินิจฉัยได้ด้วยดี — Svāgatapāṭimokkho: to be well versed in the codes of discipline ) 

       5. อธิกรณสมุปฺปาทวูปสมกุสโล ( ฉลาดในการระงับอธิกรณ์ที่เกิดขึ้น — Adhikaraṇasamuppādavūpasamakusalo: to be skilled in settling a legal question that has arisen ) 

       6. ธมฺมกาโม ( เป็นผู้ใคร่ธรรม รักความรู้ รักความจริง รู้จักรับฟังและรู้จักพูด ทำให้เป็นที่ชื่นชมสนิทสนมสบายใจ น่าเข้าไปปรึกษาสนทนา และชอบศึกษา ยินดีปรีดาในหลักธรรมหลักวินัยที่ยิ่งๆ ขึ้นไป — Dhammakāmo: to love the Dhamma , be pleasant to consult and converse with, and find joy in the advanced teaching of both the Doctrine and the Discipline )

       7. สนฺตุฏฺโฐ ( เป็นผู้สันโดษด้วยปัจจัยสี่ตามมีตามได้ — Santuṭṭho: to be content with whatsoever supply of the four requisites he may get ) 

       8. ปาสาทิโก ( จะไปจะมา มีอาการกิริยาน่าเลื่อมใส แม้เข้าไปในละแวกบ้าน ก็สำรวมเป็นอันดี — Pāsādiko: to be charming and perfectly composed in his goings out and comings in and in sitting in the house ) 

       9. ฌานลาภี ( ได้แคล่วคล่องในฌาน 4 ที่เป็นเครื่องอยู่สุขสบายในปัจจุบัน — Jhānalābhī: to be able to gain pleasure of the Four Absorptions ) 

       10. วิมุตฺโต ( บรรลุเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ สิ้นอาสวะ — Vimutto: to have gained the Deliverance )  


———

       ในงานที่มีพระสงฆ์ไปชุมนุมกันอยู่ด้วย ผู้ประกาศในพิธีมักเอ่ยคำ เช่น “นมัสการพระเถรานุเถระที่เคารพ” เป็นต้น ในคำเช่นนี้มิได้หมายความว่าในสถานที่นั้นมีแต่พระภิกษุที่มีพรรษาตั้งแต่ 10 ขึ้นไปเท่านั้น ที่มีพรรษาต่ำกว่านั้นไม่มี หรือผู้พูดตั้งใจนมัสการเฉพาะพระภิกษุที่มีพรรษา 10 ขึ้นไปเท่านั้น ที่ต่ำกว่านั้นไม่นมัสการก็หาไม่

       คำว่า “พระเถรานุเถระ” ในที่เช่นนั้นย่อมหมายถึง “พระภิกษุทั้งปวง” โดยเอ่ยถึงพระภิกษุระดับพระเถระเป็นประธาน ละพระภิกษุระดับต่ำกว่าไว้ในฐานเข้าใจ 

       คือเถระ :

       อายุเป็นเพียงตัวเลข 

       ชั้นโทชั้นเอกเป็นหัวโขน 

       คุณธรรมประจำใจไม่เอนโอน 

       ตรงตลอดยอดถึงโคน-คือเถระ 


- จบ -

วัตตขันธกะ : คมิกวัตร

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง วัตตขันธกะ : คมิกวัตร



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 418 )  


       542. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่ภิกษุผู้เตรียมจะไป โดยประการที่ภิกษุผู้เตรียมจะไปพึงประพฤติเรียบร้อย



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 419 )  


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เตรียมจะไปพึงเก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่าง มอบหมาย เสนาสนะ /////  

       ถ้า ภิกษุ /////  ไม่มี พึงมอบหมาย สามเณร ///// 

       ถ้าสามเณรไม่มี พึงมอบหมายคนวัด 

       ถ้าคนวัดไม่มี พึงมอบหมาย อุบาสก ///// 

       ถ้าไม่มีภิกษุสามเณรคนวัดหรืออุบาสก พึงยกเตียงขึ้นวางไว้บนศิลา 4 แผ่น แล้วพึงยกเตียงซ้อนเตียง ยก ตั่ง ///// ซ้อนตั่ง แล้วกองเครื่องเสนาสนะไว้ข้างบน 

       เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่าง แล้วจึงหลีกไป 

       ถ้า วิหาร /////  ฝนรั่ว ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงมุง หรือพึงทำความขวนขวายว่าจะมุงวิหารได้อย่างไร 

       ถ้าได้ตามความขวนขวายอย่างนี้ นั่นเป็นความดี 

       ถ้าไม่ได้ ที่ใดฝนไม่รั่ว พึงยกเตียงขึ้นวางบนศิลา 4 แผ่น ในที่นั้น แล้วพึงยกเตียงซ้อนเตียง ยกตั่งซ้อนตั่ง แล้วกองเครื่องเสนาสนะไว้ข้างบน 

       เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่างแล้วจึงหลีกไป 

       ถ้าวิหารฝนรั่วทุกแห่ง ถ้าอุตสาหะอยู่ พึงขนเครื่องเสนาสนะเข้าบ้านหรือพึงทำความขวนขวายว่าจะขนเครื่องเสนาสนะเข้าบ้านอย่างไร

       ถ้าได้ตามความขวนขวายอย่างนี้ นั่นเป็นความดี 

       ถ้าไม่ได้ พึงยกเตียงขึ้นวางบนก้อนศิลา 4 แผ่น ในที่แจ้ง แล้วพึงยกเตียงซ้อนเตียง ยกตั่งซ้อนตั่ง กองเครื่องเสนาสนะไว้ข้างบน 

       เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน แล้วคลุมด้วยหญ้าหรือใบไม้ แล้วจึงหลีกไปด้วยคิดว่าอย่างไรเสีย ส่วนของเตียงตั่งคงเหลืออยู่บ้าง


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็น วัตร ///// ของภิกษุผู้เตรียมจะไป ซึ่งภิกษุผู้เตรียมจะไปพึงประพฤติเรียบร้อย 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 4 : วัตตขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : วัตตขันธกะ : คมิกวัตร 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 909 , 910 



- จบ -

วัตตขันธกะ : อาวาสิกวัตร

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง วัตตขันธกะ : อาวาสิกวัตร
 



อาวาสิกวัตร


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 416 )  


       541. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติวัตรแก่ภิกษุเจ้าถิ่นทั้งหลาย โดยประการที่ภิกษุเจ้าถิ่นทั้งหลายจะพึงประพฤติเรียบร้อย 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 417 )  


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าถิ่นเห็นภิกษุ อาคันตุกะ ///// ผู้แก่กว่าแล้ว พึงปู อาสนะ ///// พึงตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า พึงลุกรับบาตร จีวร 

       พึงถามด้วยน้ำฉัน พึงถามด้วยน้ำใช้ 

       ถ้าอุตสาหะ พึงเช็ดรองเท้า เมื่อจะเช็ดรองเท้า พึงใช้ผ้าแห้งเช็ดก่อน ใช้ผ้าเปียกเช็ดทีหลัง พึงซักผ้าเช็ดรองเท้าบิดแล้วผึ่งไว้ ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง 

       พึงอภิวาทภิกษุอาคันตุกะผู้แก่กว่า 

       พึงจัด เสนาสนะ /////  ถวายว่าเสนาสนะนั่นถึงแก่ท่าน พึงบอกเสนาสนะที่มีภิกษุอยู่ หรือไม่มีภิกษุอยู่ 

       พึงบอก โคจรคาม ///// พึงบอกอโจรคาม 

       พึงบอกสกุลที่เป็น เสกขะ /////  สมมติ 

       พึงบอกที่ถ่ายอุจจาระ พึงบอกที่ถ่ายปัสสาวะ  

       พึงบอกน้ำฉัน พึงบอกน้ำใช้ 

       พึงบอกไม้เท้า 

       พึงบอกกติกาสงฆ์ที่ตั้งไว้ว่า เวลานี้ควรเข้า เวลานี้ควรออก 


       ถ้าภิกษุอาคันตุกะอ่อนพรรษากว่า พึงนั่งบอกว่า ท่านจงวางบาตรที่นั่น จงวางจีวรที่นั่น จงนั่งอาสนะนี้ 

       พึงบอกน้ำฉัน พึงบอกน้ำใช้ 

       พึงบอกผ้าเช็ดรองเท้า

       พึงแนะนำภิกษุอาคันตุกะให้อภิวาท 

       พึงบอกเสนาสนะว่าเสนาสนะนั่นถึงแก่ท่าน พึงบอกเสนาสนะที่มีภิกษุอยู่ หรือไม่มีภิกษุอยู่

       พึงบอกโคจรคาม พึงบอกอโคจรคาม 

       พึงบอกสกุลที่เป็นเสกขะสมมติ 

       พึงบอกที่ถ่ายอุจจาระ พึงบอกที่ถ่ายปัสสาวะ 

       พึงบอกน้ำฉัน พึงบอกน้ำใช้

       พึงบอกไม้เท้า 

       พึงบอกกติกาสงฆ์ที่ตั้งไว้ว่า เวลานี้ควรเข้า เวลานี้ควรออก 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้แล เป็น วัตร ///// ของภิกษุเจ้าถิ่นทั้งหลายซึ่งภิกษุเจ้าถิ่นทั้งหลายพึงประพฤติเรียบร้อย  



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 4 : วัตตขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : วัตตขันธกะ : อาวาสิกวัตร 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 908 , 909
 


- จบ -