Monday, September 26, 2022

อันตรายิกธรรม

 




       อันตรายิกธรรม ( อ่านว่า อัน-ตะ-รา-ยิ-กะ-ทำ ) หมายถึง ธรรมอันกระทำอันตราย คือเป็นเหตุขัดขวางต่าง ๆ ในพระไตรปิฎกและอรรถกถาแสดงไว้หลายนัย 


การอุปสมบท 

       ในการอุปสมบท ภิกษุจะถามอันตรายิกธรรมกับอุปสัมปทาเปกขะ ( ผู้มุ่งจะบวช ) เมื่อทราบว่าไม่มีอันตรายิกธรรมดังกล่าว จึงจะอุปสมบทได้



อันตรายิกธรรมของภิกษุ

       ชายผู้จะบวชเป็นพระภิกษุต้องปราศจากอันตรายิกธรรม 13 ข้อ ได้แก่ 

       1. เธอเป็นโรคเรื้อนหรือไม่ 

       2. เธอเป็นโรคฝีชนิดเป็นทั่วตัวหรือไม่ 

       3. เธอเป็นโรคกลากหรือไม่ 

       4. เธอเป็นโรคมองคร่อ คือ มีเสมหะแห้งอยู่ในก้านของหลอดลมหรือไม่ 

       5. เธอเป็นโรคลมบ้าหมูหรือไม่ 

       6. เธอเป็นมนุษย์ ใช่ไหม 

       7. เธอเป็นผู้ชาย ใช่ไหม 

       8. เธอเป็นไทแก่ตัวเอง ใช่ไหม 

       9. เธอไม่เป็นหนี้ใคร ใช่ไหม 

       10. เธอไม่ใช่ข้าราชการที่ยังมีภาระต้องรับผิดชอบ ใช่ไหม 

       11. บิดา มารดาของเธออนุญาต ใช่ไหม 

       12. เธออายุครบ 20 ปี ใช่ไหม 

       13. เธอมีบาตรและจีวรครบ ใช่ไหม 



อันตรายิกธรรมของภิกษุณี 

       หญิงผู้จะบวชเป็นพระภิกษุณีต้องปราศจากอันตรายิกธรรม 24 ข้อ ได้แก่ 

       1. ไม่มีเครื่องหมายเพศ 

       2. สักแต่ว่ามีเครื่องหมายเพศ 

       3. ไม่มีประจำเดือน 

       4. มีประจำเดือนไม่หยุด 

       5. ใช้ผ้าซับในเสมอ 

       6. เป็นคนไหลซึม 

       7. มีเดือย 

       8. เป็นบัณเฑาะก์หญิง

       9. มีลักษณะคล้ายชาย 

       10. มีทวารหนักทวารเบาติดกัน 

       11. มีสองเพศ 

       12. โรคเรื้อน 

       13. ฝี 

       14. โรคกลาก 

       15. โรคมองคร่อ 

       16. ลมบ้าหมู 

       17. ไม่ใช่มนุษย์ 

       18. ไม่ใช่หญิง 

       19. ไม่เป็นไท 

       20. หนี้สิน 

       21. เป็นราชภัฏ 

       22. มารดาบิดาไม่อนุญาต 

       23. มีปีไม่ครบ 20 

       24. บาตรจีวรไม่ครบ 



สวรรค์และนิพพาน

       คัมภีร์สมันตปาสาทิกา อรรถกถาปาจิตติยกัณฑ์ เรียกธรรมที่ทำอันตรายแก่สวรรค์และนิพพานว่า อันตรายิกธรรม มี 5 อย่าง คือ 

       1. กรรม หมายถึง อนันตริยกรรม ( การข่มขืนภิกษุณีเป็นอันตรายแก่พระนิพพาน แต่ไม่ถึงอันตรายแก่สวรรค์ ) 

       2. กิเลส หมายถึง นิยตมิจฉาทิฏฐิ 

       3. วิบาก หมายถึง การปฏิสนธิเป็นบัณเฑาะก์ เดรัจฉาน และอุภโตพยัญชนก 

       4. อุปวาท หมายถึง การว่าร้ายพระอริยเจ้า ( ยกเว้นได้รับการยกโทษจากพระอริยเจ้านั้นแล้ว ) 

       5. อาณาวีติกกมะ หมายถึง การจงใจต้องอาบัติ แลัวยังไม่ลาสิกขาบทหรือยังไม่ทำคืน 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อันตรายิกธรรม  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

อุปสัมปทาเปกขะ

 




       อุปสัมปทาเปกขะ - บุคคลผู้เพ่งอุปสมบท คือผู้มุ่งจะบวชเป็นภิกษุ , ผู้ขอบวช , นาค 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : http://www.dhammathai.org/buddhistdic/bowl431.php 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

ปวัตตินี

 




       ปวัตตินี - คำเรียกผู้ทำหน้าที่อุปัชฌาย์ในฝ่ายภิกษุณี  



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%BB%C7%D1%B5%B5%D4%B9%D5&detail=on  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

ราชภัฏ

 




       ราชภัฏ - คนที่พระราชาทรงชุบเลี้ยง คือ ข้าราชการ 



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute/ราชภัฏ  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

ภิกขุนีขันธกะ : ทรงอนุญาตผ้าสำหรับนุ่งในที่พักของภิกษุณี

 




ทรงอนุญาตผ้าสำ หรับนุ่งในที่พักของภิกษุณี 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 571 )  


       สมัยนั้น ภิกษุณีทั้งหลายมี ระดู /////  ขึ้นนั่งบ้าง ขึ้นนอนบ้าง บนเตียงที่บุ บน ตั่ง /////  ที่บุ เสนาสนะ เปื้อนโลหิต

       … ตรัสว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงขึ้นนั่ง ไม่พึงขึ้นนอน บนเตียงที่บุ บนตั่งที่บุ 

       รูปใดขึ้นนั่ง หรือขึ้นนอน ต้องอาบัติทุกกฏ


       เราอนุญาตผ้าในที่พัก 



       ผ้าในที่พักเปื้อนโลหิต

       … ตรัสว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าซับใน 



       ผ้าซับในหลุด

       … ตรัสว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้เชือกผูก แล้วผูกไว้ที่ขาอ่อน 



       เชือกขาด

       … ตรัสว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเชือกฟั่นผูกสะเอว 



( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 572 )  


       สมัยนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ใช้เชือกผูกสะเอวตลอดกาล 

       … ตรัสว่า  


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงใช้เชือกผูกสะเอวตลอดกาล 

       รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       เราอนุญาตเชือกผูกสะเอว เมื่อมีระดู 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 6 : ภิกขุนีขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ภิกขุนีขันธกะ : ทรงอนุญาตผ้าสำหรับนุ่งในที่พักของภิกษุณี  



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 980



- จบ -

ระดู

 




       ระดู หมายถึง เลือดประจําเดือนที่ถูกขับถ่ายจากมดลูกออกมาทางช่องคลอด  



ข้างบนนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-th-royal-institute/ระดู  


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


- จบ -

ภิกขุนีขันธกะ : ทรงอนุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราว

 




ทรงอนุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราว


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 570 )  


       สมัยนั้น เสนาสนะ /////  ของภิกษุทั้งหลายมีมาก เสนาสนะของพวกภิกษุณีไม่มี ภิกษุณีทั้งหลายส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ดีละเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าทั้งหลายจงให้เสนาสนะแก่พวกดิฉันอาศัยชั่วคราว

       … ตรัสว่า 


       621. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเพื่อให้เสนาสนะแก่ภิกษุณีทั้งหลายอาศัยชั่วคราว 



* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ จุลวรรค ภาค 2 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 7 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 6 : ภิกขุนีขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ภิกขุนีขันธกะ : ทรงอนุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราว  



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 979 , 980
 


- จบ -