Thursday, March 26, 2020

การใช้โปรแกรม Paint


วิธีส่งภาพด้วยโปรแกรม Paint
1  >  2  >  3

 ( ภาพบน ) สมมติว่าคุณเห็นสินค้าแบดมินตัน ในภาพข้างบนนี้แล้ว อยากจะได้ขึ้นมา


       ( ภาพบน ) แต่บังเอิญว่าการจะสั่งซื้อสินค้าครั้งนี้ มันจะต้องใส่รายละเอียดด้วยว่าต้องการให้สินค้าเป็นแบบไหน คือเราต้องกรอกรายละเอียดตรงที่มี เส้นประสีม่วง ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้



       ( ภาพบน ) สมมติว่าก่อนที่เราจะกรอกรายละเอียดนั้น มันมีช่องตัวเลือกแบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้ / ซึ่งเมื่อเราเข้าไปเลือกแล้ว ก็จะเป็นเหมือนในภาพข้างล่างนี้


       ( ภาพบน ) ข้างบนนี้ คือสิ่งที่คุณเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ประเด็นก็คือว่า คุณจะ " สื่อสาร " กับทีมงานอย่างไรว่า ก่อนทำการสั่งซื้อ ขอให้ทีมงานทำการเลือกตัวเลือกให้เหมือนในภาพข้างบนนี้ / ซึ่งการที่จะมานั่งพิมพ์ทีละบรรทัด มันอาจยาก และเสียเวลานาน

       วิธีที่ดีที่สุดคือการ " ส่งภาพ " ที่อยู่ข้างบนนี้ ใส่มาในเมลล์ แล้วก็ส่งเมลล์มาให้กับทีมงานเลย / เพื่อที่ว่า พอทีมงานได้เปิดเมลล์คุณอ่านแล้ว ก็จะได้ใส่ตัวเลือกเลียนแบบที่คุณเลือกไว้ในภาพข้างบนนี้ได้เลย

       แต่ปัญหาคือ จะส่งภาพอย่างไร? ใช้โปรแกรมอะไรทำภาพ? และโปรแกรมนั้น ใช้งานอย่างไร?

       คำตอบก็คือ เราจะใช้โปรแกรม Paint กันครับ

       ทำไมถึงต้องใช้โปรแกรม Paint ? คำตอบก็คือว่า เพราะโปรแกรม Paint มันเป็นโปรแกรมฟรีที่แถมมากับ Windows ทุกเครื่องอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาโหลดจากที่ไหนเลยครับ / ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปนี้ก็คือว่า เราต้องมาหาก่อนว่าจะเปิดโปรแกรม Paint ได้อย่างไร  โดยสมมติเอาว่าคุณใช้ Windows 8 อยู่นะครับ โดยหน้าจอเริ่มต้นของ Windows 8 ก็จะเป็นเหมือนในรูปข้างล่างนี้ 



( ภาพบน ) หน้าจอเริ่มต้นของ Window 8

( ภาพบน ) คลิ๊กไปที่รูป " แว่นขยาย "
ซึ่งอยู่บริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) จะเกิดแถบสี่เหลี่ยมลากยาวลงมา
และเกิดมีช่องสี่เหลี่ยมสีขาว ตรงที่ ลูกศรสีน้ำเงิน ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) ให้พิมพ์คำว่า paint
ลงไปในช่องสีขาวที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) มันจะเกิดตัวเลือกขึ้นมา
เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ( ที่มี ปีกกาสีม่วง )

( ภาพบน ) เลื่อนเม้าส์ไปใกล้ๆรูปโปรแกรม Paint 
ซึ่งอยู่บริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) แล้วคลิ๊กขวา 1 ครั้ง

( ภาพบน ) จะเกิดแถบคำสั่งขึ้นมา
เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ( ที่มี ปีกกาสีม่วง )


( ภาพบน ) เลื่อนเม้าส์ไปที่คำว่า Pin to Taskbar 
ซึ่งอยู่บริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน


( ภาพบน ) แล้วคลิ๊กซ้าย 1 ครั้ง

( ภาพบน ) แถบคำสั่งก็จะหายไป

( ภาพบน ) ย้อนกลับมาดูหน้าจอทั้งหมดอีกครั้ง

( ภาพบน ) หารูปที่เขียนไว้ว่า Desktop 
ซึ่งมักจะอยู่บริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน


( ภาพบน ) คลิ๊กไปที่รูปที่เขียนไว้ว่า Desktop 
ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน


( ภาพบน ) หน้าจอก็จะเข้าสู่โหมด Desktop 

( ภาพบน ) ให้ดูไปที่บริเวณ Task bar
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน


( ภาพบน ) จะเห็นภาพจานสี ของโปรแกรม Paint ฝังตัวอยู่ใน Task bar
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
 

( ภาพบน ) คลิ๊ก 1 ครั้งเพื่อเปิดโปรแกรม Paint 


ภาพบน ) จากนั้น โปรแกรม Paint ก็จะถูกเปิดขึ้นมา และมีหน้าตาเหมือนในรูปข้างบนครับ



( ภาพบน ) ให้ดูตรงบริเวณส่วนนี้ของโปรแกรมครับ
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
  

( ภาพบน ) ให้ดูตรงรูปสามเหลี่ยมกลับหัว
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) คลิ๊กเม้าส์ไปที่สามเหลี่ยมกลับหัวดังกล่าว 1 ครั้ง 
ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) จะเกิดแถบคำสั่งขึ้นมา
เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ( ที่มี ปีกกาสีม่วง )
 

( ภาพบน ) เลื่อนเม้าส์ไปที่คำว่า New 
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
 
แล้วคลิ๊ก 1 ครั้ง

( ภาพบน ) จะเห็นสัญลักษณ์กระดาษสีขาว
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
 


( ภาพบน ) คลิ๊กเม้าส์ไปที่สามเหลี่ยมกลับหัวอีก 1 ครั้ง 
ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน

( ภาพบน ) เลื่อนเม้าส์ไปที่คำว่า Open 
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
 
แล้วคลิ๊ก 1 ครั้ง 


( ภาพบน ) จะเห็นสัญลักษณ์ Open
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
  

( ภาพบน ) ทำซ้ำแบบเดิมอีก แล้วเลื่อนเม้าส์ไปที่คำว่า Save 
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
 
แล้วคลิ๊ก 1 ครั้ง  

( ภาพบน ) ทำซ้ำแบบเดิมอีก แล้วเลื่อนเม้าส์ไปที่คำว่า Undo 
ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยุ่ในภาพข้างบน
 
แล้วคลิ๊ก 1 ครั้ง   

( ภาพบน ) พอทำครบแล้ว ก็จะมีสัญลักษณ์ทั้ง 4 อัน
อยู่ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพบนครับ


      ภาพบน ) ถึงตอนนี้ โปรแกรม Paint ของเราก็พร้อมใช้งานแล้วครับ

       เดี๋ยวในหน้าถัดไป จะเป็นการเริ่มใช้โปรแกรม Paint กันแล้วครับ


หน้าถัดไป

1  >  2  >  3

Monday, March 16, 2020

การหา Url ของหน้าเว็บ Blog


- หน้า 4 ( หน้าสุดท้าย ) -

1  <  2  <  3  <  4




       ( ภาพบน ) ในหน้าเว็บก่อนหน้านี้ ( หมายถึงหน้าเว็บ 1 ,2 และ 3 ) เราได้พูดถึงส่วนที่เป็น Permalink ( ตรงบริเวณที่มี กรอบสี่เหลี่ยมเส้นขอบประสีเขียว ครอบอยู่ ในภาพข้างบนนี้ ) เอาไว้เรียบร้อยแล้ว 

       ในหน้าเว็บนี้ เราก็จะไม่พูดถึงส่วนของ Permalink ( ตรงบริเวณที่มี กรอบสี่เหลี่ยมเส้นขอบประสีเขียว ครอบอยู่ ในภาพข้างบนนี้ ) อีกต่อไปนะครับ

       ในหน้าเว็บนี้ เป็นเหตุการณ์หลังจากที่เราดำเนินการในส่วนของ  Permalink  เรียบร้อยแล้ว  /  มาดูกันว่าเราจะต้องทำอะไรต่อไปบ้าง    



ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป 


       ( ภาพบน ) คลิ๊กไปที่กรอบสี่เหลี่ยมว่างๆ ( ซึ่งก็คือพื้นที่สำหรับเขียนบทความ ) ตรงบริเวณที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ แล้วจะเกิด "เคอร์เซอร์" ขึ้นมา



       ( ภาพบน ) พิมพ์ข้อความที่เราต้องการพิมพ์ลงไปในหน้าว่างๆนั้น  ในตัวอย่างนี้ก็คือการพิมพ์ข้อความลงไป ตรงบริเวณที่มี ปีกกาสีม่วง ครอบอยู่ ในภาพข้างบนนี้ 




       ( ภาพบน ) สมมติว่าเราพิมพ์ข้อความที่ต้องการจนเสร็จแล้ว คือ พิมพ์ตัวหนังสือ "ตัวสุดท้าย" ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้  /  คราวนี้ เราก็มาดูขั้นตอนต่อไปว่าจะต้องทำอะไร  




        ( ภาพบน ) บันทึกงาน  ( Save ) ที่เราเขียน ด้วยการคลิ๊กไปที่ปุ่ม Save ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ 




     ภาพบน ) ตัวหนังสือที่เขียนว่า Save .... ( ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ )  บอกเราว่า ขณะนี้ ระบบกำลังบันทึก ( Save ) อยู่ 




     ภาพบน ) เมื่อบันทึก ( Save ) เสร็จแล้ว ตัวหนังสือ Save .... ก็จะหายไป เหลือแค่ตัวหนังสือ Save ธรรมดาๆ ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้  /  นั่นก็แปลว่าการบันทึก ( Save ) ครั้งนี้ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว พร้อมที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปแล้ว 


สั่งตีพิมพ์ ( Publish ) ได้เลย





     ภาพบน ) เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ( คือ บันทึก ( Save ) เรียบร้อยแล้ว ) เราก็ตีพิมพ์ หรือออนไลน์บทความของเรา ด้วยการคลิ๊กไปที่ปุ่ม Publish ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้  





      ภาพบน ) พอเรากดปุ่ม Publish ในภาพก่อนหน้านี้แล้ว และระบบได้ทำการตีพิมพ์ ( Publish ) เรียบร้อยแล้ว ระบบก็จะพาเรามาที่หน้าเว็บแบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้ "โดยอัตโนมัติ"
 

     ภาพบน ) ให้ดูเฉพาะตรงส่วนที่มี กรอบสี่เหลี่ยมเส้นขอบประสีม่วง ครอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ 




      ภาพบน ) ภาพในส่วนที่อยู่ใน กรอบสี่เหลี่ยมเส้นขอบประสีม่วง ในภาพก่อนหน้านี้   






     ภาพบน ) ไฟล์ที่เราพึ่งตีพิมพ์ ( Publish ) จะอยู่ตรงบริเวณที่มี ขีดเส้นใต้สีเขียว ขีดอยู่ในภาพข้างบนนี้นะครับ 

วิธีจัดหมวดหมู่


     ตอนนี้ ไฟล์ที่เราพึ่งตีพิมพ์ ( Publish ) เสร็จไปเมื่อสักครู่นี้ จะยังลอยๆอยู่ เพราะว่าเรายังไม่ได้จัดหมวดหมู่ให้
       สำหรับวิธีจัดหมวดหมู่นั้น ให้ดูข้างล่างนี้นะครับ 





     ภาพบน ) "คลิ๊ก" เพื่อ "ติ๊ก เครื่องหมายถูก" ลงไปตรงช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตรงหน้าไฟล์ที่เราต้องการจะจัดหมวดหมู่  ซึ่งในที่นี้ ก็คือช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ 




      ภาพบน ) จากนั้น ก็ให้คลิ๊กไปที่ "สามเหลี่ยมกลับหัว" ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ 




     ภาพบน ) จะมี "หน้าต่างเมนู" คลี่ลงมาด้านล่าง ปรากฏตรงบริเวณที่มี ปีกกาสีเขียว ครอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ 



      ภาพบน ) คลิ๊กเลือกไปที่เมนู New label ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้




      ภาพบน ) จะมี "หน้าต่าง" ปรากฏเพิ่มขึ้นมา ตรงบริเวณที่มี กรอบสี่เหลี่ยมเส้นขอบประสีเขียว ครอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ 





     ภาพบน ) จากนั้น ก็ให้คลิ๊กตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ ก็จะเกิด "เคอร์เซอร์" ขึ้นมา 


      ภาพบน ) พิมพ์ "ชื่อหมวดหมู่" ตามใจเรา ลงไปตรงบริเวณที่มี ปีกกาสีม่วง ครอบอยู่ ในภาพข้างบนนี้


ภาพบน ) คลิ๊กไปที่ปุ่ม OK  ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ 


      ภาพบน ) ตรงที่ ลูกศรสีเขียว ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ บอกเราว่าตอนนี้ "ระบบ" ได้จัดให้ชื่อไฟล์ tuvagroup-Efvhp-A-04-X-590525-0948 เข้าไปอยู่ในหมวดหมู่ หมวด-E-Shipping ( ที่เราพึ่งพิมพ์ไปเมื่อสักครู่นี้ ) เรียบร้อยแล้ว



      ภาพบน ) กล่องข้อความ ( ในภาพก่อนหน้านี้ ) ตรงบริเวณที่มี วงรีเส้นขอบสีเขียว ล้อมรอบอยู่ในภาพข้างบนนี้ ได้ "หายไปแล้ว" ซึ่งก็หมายความว่า "ระบบ" ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว



     ( ภาพบน ) ณ.ตอนนี้ "หน้าเว็บ" ของเรา ก็จะมีหน้าตาเหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้นะครับ ก็คือไม่มีอะไรต้องทำเพิ่มเติมแล้ว



      ภาพบน ) ถ้าเราไม่ทำอะไรกับหน้าเว็บนี้แล้ว ก็ให้คลิ๊กไปที่เครื่องหมาย กากบาท ( x ) ตรงที่ ลูกศรสีม่วง ชี้อยู่ในภาพข้างบนนี้ เพื่อปิดหน้าเว็บนี้ไป ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

- END -

1  <  2  <  3  <  4