Monday, September 13, 2021

อุโบสถขันธกะ : สงฆ์ต้องสภาคาบัติ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ



ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 186 )  


       ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติในวันอุโบสถ

       เธอได้มีความปริวิตกในขณะนั้นว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุมีอาบัติติดตัว ไม่พึงทำอุโบสถ ดังนี้

       ก็เราเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว จะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ … ตรัสว่า 


       375. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้ต้องอาบัติในวันอุโบสถ

       ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

       แน่ะเธอ ผมต้องอาบัติมีชื่อนี้ ผมแสดงคืนอาบัตินั้น 


       ภิกษุผู้รับพึงถามว่า ท่านเห็นหรือ 

       ภิกษุผู้แสดงพึงตอบว่า ครับ ผมเห็น 


       ภิกษุผู้รับพึงบอกว่า ท่านพึงสำรวมต่อไป 


* * * สงสัยในอาบัติ 

       376. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้มีความสงสัยในอาบัติ ในวันอุโบสถ

       ภิกษุนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

       แน่ะเธอ ผมมีความสงสัยในอาบัติมีชื่อนี้ จักหมดสงสัยเมื่อใด จักทำคืนอาบัตินั้นเมื่อนั้น

       ครั้นแล้วพึงทำอุโบสถ ฟังปาติโมกข์ แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่อุโบสถ เพราะข้อที่สงสัยนั้นเป็นปัจจัย 


* * * แสดง สภาคาบัติ ไม่ตก 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 187 )  


       ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ แสดง สภาคาบัติ … ตรัสว่า


       377.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงแสดง สภาคาบัติ

       รูปใดแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ 


       สมัยต่อมา ภิกษุฉัพพัคคีย์ รับแสดง สภาคาบัติ

       ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค

       พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า 


       378. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงรับแสดง สภาคาบัติ

       รูปใดรับแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ 


* * * ระลึกอาบัติได้เมื่อกำลังสวดปาติโมกข์ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 188 )  


       379.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อกำลังสวดปาติโมกข์อยู่ ภิกษุในศาสนานี้ระลึกอาบัติได้

       ภิกษุนั้นพึงบอกภิกษุใกล้เคียงอย่างนี้ว่า 

       อาวุโส ผมต้องอาบัติมีชื่อนี้ ลุกจากที่นี้แล้วจักทำคืนอาบัตินั้น

       ครั้นแล้วพึงทำอุโบสถฟังปาติโมกข์ แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่อุโบสถเพราะข้อที่ระลึกอาบัติได้นั้นเป็นปัจจัย 


       380. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อกำลังสวดปาติโมกข์อยู่ ภิกษุในศาสนานี้มีความสงสัยในอาบัติ

       ภิกษุนั้นพึงบอกกะภิกษุใกล้เคียงอย่างนี้ว่า

       แน่ะเธอ ผมมีความสงสัยในอาบัติมีชื่อนี้ จักหมดสงสัยเมื่อใด จักทำคืนอาบัตินั้น เมื่อนั้น

       ครั้นแล้วพึงทำอุโบสถฟังปาติโมกข์ แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่อุโบสถ เพราะข้อที่สงสัยนั้นเป็นปัจจัย 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 295 , 296 , 297 



- END -

อุโบสถขันธกะ : ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ



ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 186 )  


       ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติในวันอุโบสถ

       เธอได้มีความปริวิตกในขณะนั้นว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุมีอาบัติติดตัว ไม่พึงทำอุโบสถ ดังนี้

       ก็เราเป็นผู้ต้องอาบัติแล้ว จะพึงปฏิบัติอย่างไรหนอ … ตรัสว่า 


       375. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้ต้องอาบัติในวันอุโบสถ

       ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

       แน่ะเธอ ผมต้องอาบัติมีชื่อนี้ ผมแสดงคืนอาบัตินั้น 


       ภิกษุผู้รับพึงถามว่า ท่านเห็นหรือ 

       ภิกษุผู้แสดงพึงตอบว่า ครับ ผมเห็น 


       ภิกษุผู้รับพึงบอกว่า ท่านพึงสำรวมต่อไป 


* * * สงสัยในอาบัติ 

       376. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้มีความสงสัยในอาบัติ ในวันอุโบสถ

       ภิกษุนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

       แน่ะเธอ ผมมีความสงสัยในอาบัติมีชื่อนี้ จักหมดสงสัยเมื่อใด จักทำคืนอาบัตินั้นเมื่อนั้น

       ครั้นแล้วพึงทำอุโบสถ ฟังปาติโมกข์ แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่อุโบสถ เพราะข้อที่สงสัยนั้นเป็นปัจจัย 


* * * แสดง สภาคาบัติ ไม่ตก 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 187 )  


       ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ แสดง สภาคาบัติ … ตรัสว่า


       377.ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงแสดง สภาคาบัติ

       รูปใดแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ 


       สมัยต่อมา ภิกษุฉัพพัคคีย์ รับแสดง สภาคาบัติ

       ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค

       พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า 


       378. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงรับแสดง สภาคาบัติ

       รูปใดรับแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ 


* * * ระลึกอาบัติได้เมื่อกำลังสวดปาติโมกข์ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 188 )  


       379.…ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อกำลังสวดปาติโมกข์อยู่ ภิกษุในศาสนานี้ระลึกอาบัติได้

       ภิกษุนั้นพึงบอกภิกษุใกล้เคียงอย่างนี้ว่า 

       อาวุโส ผมต้องอาบัติมีชื่อนี้ ลุกจากที่นี้แล้วจักทำคืนอาบัตินั้น

       ครั้นแล้วพึงทำอุโบสถฟังปาติโมกข์ แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่อุโบสถเพราะข้อที่ระลึกอาบัติได้นั้นเป็นปัจจัย 


       380. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อกำลังสวดปาติโมกข์อยู่ ภิกษุในศาสนานี้มีความสงสัยในอาบัติ

       ภิกษุนั้นพึงบอกกะภิกษุใกล้เคียงอย่างนี้ว่า

       แน่ะเธอ ผมมีความสงสัยในอาบัติมีชื่อนี้ จักหมดสงสัยเมื่อใด จักทำคืนอาบัตินั้น เมื่อนั้น

       ครั้นแล้วพึงทำอุโบสถฟังปาติโมกข์ แต่ไม่พึงทำอันตรายแก่อุโบสถ เพราะข้อที่สงสัยนั้นเป็นปัจจัย 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงให้แสดงอาบัติก่อนทำอุโบสถ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 295 , 296 , 297



- END -



อุโบสถขันธกะ : วิธีทำอุโบสถ 3 อย่าง

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : วิธีทำอุโบสถ 3 อย่าง



วิธีทำอุโบสถ 3 อย่าง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

1. สวดปาติโมกข์


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 185 )


       ก็โดยสมัยนั้นแล ในอาวาสแห่งหนึ่งถึงวันอุโบสถ มีภิกษุอยู่ด้วยกัน 4 รูป 

       จึงภิกษุเหล่านั้นได้มีความปริวิตกว่า พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุต้องทำอุโบสถ ดังนี้ ก็พวกเรามีอยู่เพียง 4 รูป จะพึงทำอุโบสถอย่างไรหนอ … ตรัสว่า 


       367. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ 4 รูป สวดปาติโมกข์ 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

2. ทำปาริสุทธิอุโบสถ 


       368. …ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ 3 รูป ทำ ปาริสุทธิอุโบสถ แก่กัน 


วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ 3 รูป 


       369. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำ ปาริสุทธิอุโบสถ อย่างนี้ 


       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้ภิกษุเหล่านั้นทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * ญัตติกรรมวาจา 

       ท่านทั้งหลายเจ้าข้า ขอจงฟังข้าพเจ้า

       อุโบสถวันนี้ที่ 15 ถ้าความพร้อมพรั่งของท่านทั้งหลายถึงที่แล้ว เราทั้งหลายพึงทำ ปาริสุทธิอุโบสถ แก่กันเถิด  

       ภิกษุผู้เถระ พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า


คำบอกความบริสุทธิ์

       ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 


       ภิกษุผู้นวกะ พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อภิกษุเหล่านั้นอย่างนี้ว่า 


คำบอกความบริสุทธิ์

       ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านทั้งหลายจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 


       370. …ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ 2 รูป ทำ ปาริสุทธิอุโบสถ 


วิธีทำปาริสุทธิอุโบสถสำหรับภิกษุ 2 รูป 

       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงทำ ปาริสุทธิอุโบสถ อย่างนี้ 

       ภิกษุผู้เถระ พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อ ภิกษุผู้นวกะ อย่างนี้ว่า 


คำบอกความบริสุทธิ์ 

       ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ฉันบริสุทธิ์แล้ว เธอ ขอเธอจำฉันว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 


       ภิกษุผู้นวกะ พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วบอกความบริสุทธิ์ของตน ต่อ ภิกษุผู้เถระ อย่างนี้ว่า 


คำบอกความบริสุทธิ์ 

       ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 

       ผมบริสุทธิ์แล้ว ขอรับ ขอท่านจำผมว่า ผู้บริสุทธิ์แล้ว 


- - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

3. อธิษฐานอุโบสถ 


       371. …ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุในศาสนานี้อยู่รูปเดียว

       ภิกษุนั้นพึงกวาดสถานที่เป็นที่ไปมาแห่งภิกษุทั้งหลาย

       คือจะเป็นโรงฉัน มณฑป หรือโคนต้นไม้ก็ตาม แล้วตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ ปูอาสนะ ตามประทีปไว้ แล้วนั่งรออยู่

       ถ้ามีภิกษุเหล่าอื่นมา พึงทำอุโบสถร่วมกับพวกเธอ 

       ถ้าไม่มีมา พึงอธิษฐานว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถของเรา ถ้าไม่อธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ 


       372. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน 4 รูป จะนำ ปาริสุทธิ ของภิกษุรูปหนึ่งมา แล้ว 3 รูปสวดปาติโมกข์ ไม่ได้

       ถ้าขืนสวด ต้องอาบัติทุกกฏ 


       373. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน 3 รูป จะนำ ปาริสุทธิ ของภิกษุรูปหนึ่งมา แล้ว 2 รูปทำ ปาริสุทธิอุโบสถ ไม่ได้

       ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       374. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอาวาสที่มีภิกษุอยู่ด้วยกัน 2 รูป จะนำ ปาริสุทธิ ของภิกษุรูปหนึ่งมา แล้วอีกรูปหนึ่งอธิษฐานไม่ได้ 

       ถ้าขืนอธิษฐาน ต้องอาบัติทุกกฏ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : วิธีทำอุโบสถ 3 อย่าง 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 293 , 294 , 295



- END -

Sunday, September 12, 2021

อุโบสถขันธกะ : ภิกษุวิกลจริต

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ภิกษุวิกลจริต



ภิกษุวิกลจริต 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ :  184 )


       …ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงประชุมกัน กรณียกิจของสงฆ์มีอยู่


       เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ยังมีภิกษุชื่อคัคคะ เป็นผู้วิกลจริต ท่านไม่มา พระพุทธเจ้าข้า

       พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุวิกลจริตนี้มี 2 จำพวก คือ

       ภิกษุที่วิกลจริตระลึกอุโบสถได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       ระลึกสังฆกรรมได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง ระลึกไม่ได้เสียเลยทีเดียวก็มี

       มาสู่อุโบสถบ้าง ไม่มาบ้าง มาสู่สังฆกรรมบ้าง ไม่มาบ้าง ไม่มาเสียเลยทีเดียวก็มี 


       365. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุวิกลจริตเหล่านั้น รูปใดที่ยังระลึกอุโบสถได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       ระลึกสังฆกรรมได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       มาสู่อุโบสถบ้าง ไม่มาบ้าง

       มาสู่สังฆกรรมบ้าง ไม่มาบ้าง 

       เราอนุญาตให้ อุมมัตตกสมมติ แก่ภิกษุวิกลจริตเห็นปานนั้น 


วิธีให้อุมมัตตกสมมติ


       366. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพึงให้อุมมัตตกสมมติอย่างนี้ 

       ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้ 


* * * กรรมวาจาให้อุมมัตตกสมมติ 


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ภิกษุชื่อคัคคะเป็นผู้วิกลจริต ระลึกอุโบสถได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       ระลึกสังฆกรรมได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       มาสู่อุโบสถบ้าง ไม่มาบ้าง

       มาสู่สังฆกรรมบ้าง ไม่มาบ้าง

       ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้อุมมัตตกสมมติ แก่ คัคคะภิกษุ ผู้วิกลจริต

       คือ คัคคะภิกษุ ระลึกอุโบสถได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       ระลึกสังฆกรรมได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       มาสู่อุโบสถก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       มาสู่สังฆกรรมก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       สงฆ์พร้อมกับ คัคคะภิกษุ หรือเว้นจาก คัคคะภิกษุ พึงทำอุโบสถได้ พึงทำสังฆกรรมได้

       นี้เป็นญัตติ


       ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

       ภิกษุชื่อ คัคคะ เป็นผู้วิกลจริต

       ระลึกอุโบสถได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       ระลึกสังฆกรรมได้บ้าง ระลึกไม่ได้บ้าง

       มาสู่อุโบสถบ้าง ไม่มาบ้าง

       มาสู่สังฆกรรมบ้าง ไม่มาบ้าง

       สงฆ์ให้อยู่บัดนี้ซึ่ง อุมมัตตกสมมติ แก่คัคคะภิกษุผู้วิกลจริต

       คือ คัคคะภิกษุ ระลึกอุโบสถได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       ระลึกสังฆกรรมได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       มาสู่อุโบสถก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       มาสู่สังฆกรรมก็ตาม ไม่มาก็ตาม 

       สงฆ์พร้อมกับ คัคคะภิกษุ หรือเว้นจาก คัคคะภิกษุ จักทำอุโบสถก็ได้ จักทำสังฆกรรมก็ได้

       การให้ อุมมัตตกสมมติ แก่ คัคคะ ภิกษุผู้วิกลจริต

       คือ คัคคะภิกษุ ระลึกอุโบสถได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       ระลึกสังฆกรรมได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       มาสู่อุโบสถก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       มาสู่สังฆกรรมก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       สงฆ์พร้อมกับ คัคคะภิกษุ หรือเว้นจาก คัคคะภิกษุ จักทำอุโบสถก็ได้ จักทำสังฆกรรมก็ได้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง

       ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด 


       อุมมัตตกสมมติ อันสงฆ์ให้แล้ว แก่ คัคคะ ภิกษุผู้วิกลจริต คือ

       คัคคะภิกษุ ระลึกอุโบสถได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       ระลึกสังฆกรรมได้ก็ตาม ระลึกไม่ได้ก็ตาม

       มาสู่อุโบสถก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       มาสู่สังฆกรรมก็ตาม ไม่มาก็ตาม

       สงฆ์พร้อมกับ คัคคะภิกษุ หรือเว้นจาก คัคคะภิกษุ จักทำอุโบสถก็ได้ จักทำสังฆกรรมก็ได้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง

       ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ภิกษุวิกลจริต 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 291 , 292



- END -

อุโบสถขันธกะ : การลงทำอุโบสถเมื่อภิกษุถูกจับไว้

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : การลงทำอุโบสถเมื่อภิกษุถูกจับไว้



การลงทำอุโบสถเมื่อภิกษุถูกจับไว้ 


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 183 )


       ก็โดยสมัยนั้นแล ถึงวันอุโบสถ หมู่ญาติได้จับภิกษุรูปหนึ่งไว้ … ตรัสว่า 


       360. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในวันอุโบสถ หมู่ญาติจับภิกษุในศาสนานี้ไว้ 

       หมู่ญาติเหล่านั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า 

       ท่านทั้งหลาย ขอท่านกรุณาปล่อยภิกษุรูปนี้สักครู่หนึ่ง พอภิกษุรูปนี้ทำอุโบสถเสร็จ

       ถ้าได้ตามขอร้องอย่างนี้ นั่นเป็นการดี 


       ถ้าไม่ได้ หมู่ญาติเหล่านั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า

       ท่านทั้งหลาย ขอท่านกรุณารออยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งสักครู่ก่อน พอภิกษุนี้มอบปาริสุทธิเสร็จ

       ถ้าได้ตามขอร้องอย่างนี้ นั่นเป็นการดี


       ถ้าไม่ได้ หมู่ญาติเหล่านั้น อันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า 

       ท่านทั้งหลาย ขอท่านกรุณานำภิกษุนี้ไปนอกสีมาสักครู่หนึ่ง พอพระสงฆ์ทำอุโบสถเสร็จ

       ถ้าได้ตามขอร้องอย่างนี้ นั่นเป็นการดี


       ถ้าไม่ได้ สงฆ์เป็นวรรค ไม่พึงทำอุโบสถ

       ถ้าขืนทำต้องอาบัติทุกกฏ 


       361. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่งในวันอุโบสถ พระราชาทั้งหลายได้จับภิกษุในศาสนานี้ไว้ … 


       362. ... พวกโจรได้จับ … 


       363. ... พวกนักเลงได้จับ … 


       364. ... พวกภิกษุที่เป็นข้าศึกได้จับภิกษุในศาสนานี้ไว้

       พวกนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า

       ท่านทั้งหลาย ขอท่านกรุณาปล่อยภิกษุรูปนี้สักครู่หนึ่ง พอภิกษุรูปนี้ทำอุโบสถเสร็จ

       ถ้าได้ตามขอร้องอย่างนี้ นั่นเป็นการดี


       ถ้าไม่ได้ พวกนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า

       ท่านทั้งหลาย ขอท่านกรุณารออยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งสักครู่ก่อน พอภิกษุรูปนี้มอบปาริสุทธิเสร็จ

       ถ้าได้ตามขอร้องอย่างนี้ นั่นเป็นการดี


       ถ้าไม่ได้ พวกนั้นอันภิกษุทั้งหลายพึงว่ากล่าวอย่างนี้ว่า 

       ท่านทั้งหลาย ขอท่านกรุณานำภิกษุรูปนี้ไปนอกสีมาสักครู่หนึ่ง พอพระสงฆ์ทำอุโบสถเสร็จ

       ถ้าได้ตามขอร้องอย่างนี้ นั่นเป็นการดี


       ถ้าไม่ได้ สงฆ์เป็นวรรค ไม่พึงทำอุโบสถ

       ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : การลงทำอุโบสถเมื่อภิกษุถูกจับไว้ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 290 , 291 



- END - 

อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้มอบฉันทะ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้มอบฉันทะ



ทรงอนุญาตให้มอบฉันทะ


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 182 )


       ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า 


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงประชุมกัน สงฆ์จักทำกรรม 


       … ยังมีภิกษุอาพาธ ท่านมาไม่ได้ … รับสั่งว่า 


       348. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุอาพาธมอบฉันทะ


วิธีมอบฉันทะ


       349. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงมอบฉันทะ อย่างนี้ 

       ภิกษุอาพาธนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำมอบฉันทะอย่างนี้ว่า

       ข้าพเจ้าขอมอบฉันทะ ขอท่านจงนำฉันทะของข้าพเจ้าไป ขอท่านจงบอกฉันทะของข้าพเจ้า

       ภิกษุรับด้วยกาย รับด้วยวาจา รับด้วยทั้งกายและวาจาก็ได้

       เป็นอันภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว 


       ไม่รับด้วยกาย ไม่รับด้วยวาจา ไม่รับด้วยทั้งกายและวาจา

       ไม่เป็นอันภิกษุอาพาธมอบฉันทะ 


       ถ้าได้ภิกษุผู้รับอย่างนี้ นั่นเป็นการดี ถ้าไม่ได้ ภิกษุทั้งหลายพึงใช้เตียงหรือตั่งหามภิกษุอาพาธนั้นมาในท่ามกลางสงฆ์แล้วทำกรรม 


       350. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกภิกษุผู้พยาบาลไข้คิดอย่างนี้ว่า

       ถ้าพวกเราจักย้ายภิกษุอาพาธ อาพาธจักกำเริบหนัก หรือมิฉะนั้นก็จักถึงมรณะภาพ ดังนี้

       ไม่พึงย้ายภิกษุอาพาธ สงฆ์พึงไปทำกรรมในสำนักภิกษุอาพาธนั้น

       แต่สงฆ์เป็นวรรค ไม่พึงทำกรรม

       ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       351. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะหลบไปเสียจากที่นั้น ภิกษุอาพาธพึงมอบฉันทะแก่รูปอื่น 


       352. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะสึกเสียในที่นั้นแหละ ถึงมรณภาพเสีย ป

       ฏิญาณเป็นสามเณร

       ปฏิญาณเป็นผู้บอกลาสิกขา

       ปฏิญาณเป็นผู้ต้องอันติมวัตถุ

       ปฏิญาณเป็นผู้วิกลจริต

       ปฏิญาณเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน

       ปฏิญาณเป็นผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา

       ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติ

       ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติ

       ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละคืนทิฏฐิอันลามก

       ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์

       ปฏิญาณเป็นไถยสังวาส

       ปฏิญาณเป็นผู้เข้ารีดเดียรถีย์

       ปฏิญาณเป็นสัตว์ดิรัจฉาน

       ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่ามารดา

       ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่าบิดา

       ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่าพระอรหันต์

       ปฏิญาณเป็นผู้ประทุษร้ายภิกษุณี

       ปฏิญาณเป็นผู้ทำลายสงฆ์

       ปฏิญาณเป็นผู้ทำร้ายพระศาสดาจนถึงห้อพระโลหิต

       ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนก

       ภิกษุอาพาธพึงมอบฉันทะแก่รูปอื่น


       353. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะหลบไปเสียในระหว่างทาง ฉันทะไม่เป็นอันนำมา 


       354. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะสึกเสียในระหว่างทาง ถึงมรณะภาพ ...

       ปฏิญาณเป็น อุภโตพยัญชนก

       ฉันทะไม่เป็นอันนำมา 


       355. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะเข้าประชุมสงฆ์แล้วหลบไปเสีย

       ฉันทะเป็นอันนำมาแล้ว 


       356. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะเข้าประชุมสงฆ์แล้วสึกเสีย ถึงมรณภาพ ...

       ปฏิญาณเป็น อุภโตพยัญชนก

       ฉันทะเป็นอันนำมาแล้ว


       357. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะเข้าประชุมสงฆ์แล้วหลับเสียไม่ได้บอก

       เผลอไปไม่ได้บอก

       เข้าสมาบัติไม่ได้บอก

       ฉันทะเป็นอันนำมาแล้ว

       ภิกษุผู้นำฉันทะไม่ต้องอาบัติ 
 

       358. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบฉันทะแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำฉันทะเข้าประชุมสงฆ์แล้วแกล้งไม่บอก

       ฉันทะเป็นอันนำมาแล้ว

       แต่ภิกษุผู้นำฉันทะ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       359. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในวันอุโบสถ เราอนุญาตให้ภิกษุผู้มอบปาริสุทธิ มอบฉันทะ ด้วยเผื่อสงฆ์จะมีกรณียกิจ 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้มอบฉันทะ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 287 , 288 , 289
 



- END - 

อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้มอบปาริสุทธิ

 

คำตรัสจากพระโอษฐ์ พระพุทธเจ้า

เรื่อง อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้มอบปาริสุทธิ
 


อนุญาตให้มอบปาริสุทธิ


( เนื้อหาข้างล่างนี้ มีเลขอ้างอิง ( บรรพ ) ในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เป็นเลขที่ : 181 )


       ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงประชุมกัน สงฆ์จักทำอุโบสถ 


       …ยังมีภิกษุอาพาธ ท่านมาไม่ได้…  


       337. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิ  


วิธีมอบปาริสุทธิ


       338. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล พึงมอบปาริสุทธิ อย่างนี้

       ภิกษุอาพาธนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์ เฉวียงบ่า นั่งกระโหย่ง ประคองอัญชลี แล้วกล่าวคำมอบปาริสุทธิอย่างนี้ว่า

       ข้าพเจ้าขอมอบปาริสุทธิ ขอท่านจงนำปาริสุทธิของข้าพเจ้าไป ขอท่านจงบอกปาริสุทธิของข้าพเจ้า

       ภิกษุรับด้วยกาย รับด้วยวาจา รับด้วยทั้งกายและวาจาก็ได้ 

       เป็นอันภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว 

       ไม่รับด้วยกาย ไม่รับด้วยวาจา ไม่รับด้วยทั้งกายและวาจา ไม่เป็นอันภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิ

       ถ้าได้ภิกษุเช่นนั้นอย่างนี้ นั่นเป็นการดี ถ้าไม่ได้

       ภิกษุทั้งหลาย พึงใช้เตียงหรือตั่ง หามภิกษุอาพาธนั้นมาในท่ามกลางสงฆ์ แล้วทำอุโบสถ


       339. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าพวกภิกษุผู้พยาบาลไข้คิดอย่างนี้ว่า

       ถ้าพวกเราจักย้ายภิกษุอาพาธ อาพาธจักกำเริบหนัก หรือมิฉะนั้นก็จักถึง มรณภาพ ดังนี้ ไม่พึงย้ายภิกษุอาพาธสงฆ์พึงไปทำอุโบสถในสำนักภิกษุอาพาธนั้น

       แต่สงฆ์เป็นวรรค ไม่พึงทำอุโบสถ

       ถ้าขืนทำ ต้องอาบัติทุกกฏ 


       340. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำ ปาริสุทธิ หลบไปจากที่นั้น ภิกษุอาพาธพึงมอบปาริสุทธิแก่รูปอื่น


       341. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุ ผู้นำปาริสุทธิสึกเสียในที่นั้นแหละ ถึงมรณภาพ

       ปฏิญาณเป็น สามเณร

       ปฏิญาณเป็นผู้บอกลาสิกขา

       ปฏิญาณเป็นผู้ต้องอันติมวัตถุ

       ปฏิญาณเป็นผู้วิกลจริต  

       
ปฏิญาณเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน

       ปฏิญาณเป็นผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา

       ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่เห็นอาบัติ

       ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติ

       ปฏิญาณเป็นผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละคืนทิฏฐิอันลามก

       ปฏิญาณเป็นบัณเฑาะก์

       ปฏิญาณเป็นไถยสังวาส * * * ( 1 ) 

       
ปฏิญาณเป็น ผู้เข้ารีดเดียรถีย์

       ปฏิญาณเป็นสัตว์ดิรัจฉาน

       ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่ามารดา

       ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่าบิดา

       ปฏิญาณเป็นผู้ฆ่าพระอรหันต์

       ปฏิญาณเป็น ผู้ประทุษร้ายภิกษุณี

       ปฏิญาณเป็นผู้ทำลายสงฆ์

       ปฏิญาณเป็น ผู้ทำร้ายพระศาสดาจนถึงห้อพระโลหิต

       ปฏิญาณเป็นอุภโตพยัญชนก * * * ( 2 )  

       ภิกษุอาพาธพึงมอบปาริสุทธิแก่รูปอื่น 


       342. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำปาริสุทธิหลบไปเสียในระหว่างทาง ปาริสุทธิไม่เป็นอันนำมา


       343. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำปาริสุทธิสึกเสียในระหว่างทาง ถึงมรณภาพ ... ปฏิญาณเป็น อุภโตพยัญชนก ปาริสุทธิไม่เป็นอันนำมา


       344. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำปาริสุทธิเข้าประชุมสงฆ์แล้วหลบไปเสีย ปาริสุทธิเป็นอันนำมาแล้ว 


       345. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำปาริสุทธิเข้าประชุมสงฆ์แล้วสึกเสีย ถึงมรณภาพ ... ปฏิญาณเป็น อุภโตพยัญชนก ปาริสุทธิเป็นอันนำมาแล้ว 


       346. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำปาริสุทธิเข้าประชุมสงฆ์แล้ว หลับเสียไม่ได้บอก เผลอไปไม่ได้บอก เข้าสมาบัติไม่ได้บอก ปาริสุทธิเป็นอันนำมาแล้ว

       ภิกษุผู้นำ ปาริสุทธิ ไม่ต้องอาบัติ 


       347. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุอาพาธมอบปาริสุทธิแล้ว

       ถ้าภิกษุผู้นำปาริสุทธิเข้าประชุมสงฆ์แล้ว แกล้งไม่บอก ปาริสุทธิเป็นอันนำมาแล้ว

       แต่ภิกษุผู้นำปาริสุทธิ ต้องอาบัติทุกกฏ


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  

* * * ( 1 )  ไถยสังวาส หมายถึง คนลักเพศ คือ ไม่ใช่ภิกษุ แต่ปลอมบวชเป็นภิกษุ ( หน้า 240  /  เรื่อง มหาขันธกะ : ทรงห้ามคนลักเพศและคนเข้ารีดมิให้อุปสมบท ) - ผู้รวบรวม  


* * * ( 2 )  อุภโตพยัญชนก หมายถึง คน 2 เพศ คือมีทั้งอวัยวะเพศชายและเพศหญิง ( หน้า 243  /  เรื่อง มหาขันธกะ : บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท 20 จำพวก ) - ผู้รวบรวม 


* * * ( ข้างบนนี้-ทั้งหมด ) นำมาจากพระไตรปิฎก  /  หัวข้อใหญ่สุด : อาจารโคจรสมฺปนฺนา  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : คัมภีร์ มหาวรรค ภาค 1 ( วินัยปิฎก เล่มที่ 4 )  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : ขันธ์ที่ 2 : อุโบสถขันธกะ  /  หัวข้อย่อยรองลงมา : อุโบสถขันธกะ : ทรงอนุญาตให้มอบปาริสุทธิ 



* * * อีกช่องทางหนึ่ง คือ สามารถอ่านได้ใน หนังสือ พุทธวจน เรื่อง อริยวินัย  /  หน้าที่ : 285 , 286 , 287
 



- END -